Register Register Member Login Member Login Member Login Forgot Password ??
PHP , ASP , ASP.NET, VB.NET, C#, Java , jQuery , Android , iOS , Windows Phone
 

Registered : 102,979

HOME > บทความจากสมาชิก > .Net Application ใช้ DateTime รูปแบบวันที่ให้ถูกต้องตาม Format ของ พ.ศ หรือ ค.ศ (Culture)



 

.Net Application ใช้ DateTime รูปแบบวันที่ให้ถูกต้องตาม Format ของ พ.ศ หรือ ค.ศ (Culture)

.Net ใช้ DateTime รูปแบบวันที่ให้ถูกต้องตาม Format ของ พ.ศ หรือ ค.ศ (Culture) แอดมินได้พบเจอปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน DateTime ในรูปแบบของ พ.ศ และ ค.ศ ผิดกันบ่อยมาก แทบจะเป็นปัญหาต้นๆ ของโปรแกรมบน Desktop ที่พัฒนาด้วย .Net Application เมื่อนำไปใช้งานกันในสภาพแวดล้อมต่างๆ เชื่อหรือไม่ว่าโปรแกรมเมอร์บางคนที่ผมรู้จักผ่านการเขียน .Net Application มานับ 10-15 ปี แต่กลับมาตกม้าตายกับปัญหาการใช้ DateTime ที่ผิดตามรูปแบบของ พ.ศ และ ค.ศ กันหลายคนมาก เช่น เมื่อนำโปรแกรมไปติดตั้งใช้งานบนเครื่อง Client ต่างๆ ที่มีการ Config ค่าที่เป็น DateTime ที่แตกต่างกันไป อาจจะอยู่ในรูปแบบ mm/dd/yyyy หรือ dd/mm/yyyy แม้กระทั่งค่าที่เป็นระว่าง พ.ศ และ ค.ศ ปัญหาการแสดงผล Format ที่แตกต่างกันระหว่าง Database กับ Server สาเหตุต่างๆ เหล่านี้ทำให้โปรแกรมเมอร์หลายๆ คน ถึงกับวาง Bug กับโปรแกรมตัวเอง ด้วยการใช้การตัด วันที่บ้าง หรือ แปลงจาก พ.ศ เป็น ค.ศ ด้วยการ บวก หรือ ลบ 543 เพื่อให้ได้ค่าที่ต้องการ



.Net ใช้ DateTime รูปแบบวันที่ให้ถูกต้องตาม Format ของ พ.ศ หรือ ค.ศ (Culture)


สาเหตุต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป ถ้าเราให้ความสำคัญกับ Format และ Culture Globalization ซึ่งหมายถึงการเข้าใจสภาพแวดล้อมของเครื่องที่กำลังรันโปรแกรมอยู่ในขณะนั้น และการใช้การ Convert ด้วย DateTime และแปลงให้เป็น Format ที่ต้องการ ห้ามใช้การตัด บวก หรือ ลบ ค่าต่างๆ

Imports หรือ using
System.Threading
System.Globalization


เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจจะยกตัวอย่างสำหรับการใช้งานที่พบเจอกันในปัจจุบัน


1. ข้อมูล DateTime ที่ได้มาจาก Query Database หรือดึง DateTime มาจาก System ของเครื่อง
แน่นอนว่า Format ที่ได้นั้นจะอยู่ในรูปแบบ Format ของเครื่องที่ที่ทำหน้าที่อ่านข้อมูลนั้น ๆ เช่น ถ้า Windows Form ก็จะเป็น Format ตามเครื่อง Client แต่ถ้า Web Server ก็จะเป็นไปตาม Format ของเครื่อง Web Server แต่เราจะไม่สนใจว่า Format ที่ได้นั้นจะอยู่ในรูปแบบใด เพราะมันเป็น DateTime อยู่แล้ว ฉะนั้นตอนที่เราเรียกใช้ เราเพียงทำการ Convert ให้มันเป็นไปตาม Format ที่ต้องการเท่านั้น เช่น

VB.Net
    ' myDateTime = from System/Database Table

    '*** Thai Format
    Dim _cultureTHInfo As New Globalization.CultureInfo("th-TH")
    Dim dateThai As DateTime = Convert.ToDateTime(myDateTime, _cultureTHInfo)
    Me.lblThai.Text = dateThai.ToString("dd MMM yyyy", _cultureTHInfo)

    '*** Eng Format
    Dim _cultureEnInfo As New Globalization.CultureInfo("en-US")
    Dim dateEng As DateTime  = Convert.ToDateTime(myDateTime, _cultureEnInfo)
    Me.lblEng.Text = dateEng.ToString("dd MMM yyyy", _cultureEnInfo)

C#
	//myDateTime = from System/Database Table

	//*** Thai Format
	Globalization.CultureInfo _cultureTHInfo = new Globalization.CultureInfo("th-TH");
	DateTime dateThai = Convert.ToDateTime(myDateTime, _cultureTHInfo);
	this.lblThai.Text = dateThai.ToString("dd MMM yyyy", _cultureTHInfo);

	//*** Eng Format
	Globalization.CultureInfo _cultureEnInfo = new Globalization.CultureInfo("en-US");
	DateTime dateEng = Convert.ToDateTime(myDateTime, _cultureEnInfo);
	this.lblEng.Text = dateEng.ToString("dd MMM yyyy", _cultureEnInfo);
จากตัวอย่างจะเห็นว่า myDateTime คือ DateTime ที่ได้มาจาก Query หรือ System ของเครื่อง ซึ่งเราจะไม่สนใจ Format ว่ามันจะอยู่ในรูปแบบใด แต่ตอนที่เรียกใช้เราจะใช้การ Convert ว่าจะให้อยู่ในรุปแบบ th-TH (พ.ศ) หรือ en-US (ค.ศ)



2. ข้อมูล DateTime ที่ได้มาจาก String ต่างๆ
แน่นอนว่า String ที่ได้นั้นไม่ใช่ DateTime ซึ่งที่นี้ เราจะต้องดูว่า String ที่เป็นวันที่นั้น อยู่ในรุปแบบใด เช่น พ.ศ หรือ ค.ศ แล้วก็แปลงมันให้ถูกต้อง

2.1 String ของ DateTime ที่อยู่ในรูปแบบของ พ.ศ

VB.Net
Dim _cultureTHInfo As New Globalization.CultureInfo("th-TH")
Dim strDate As String = "27-Jan-2560"
Dim dateThai As DateTime = Convert.ToDateTime(strDate, _cultureTHInfo)

C#
Globalization.CultureInfo _cultureTHInfo = new Globalization.CultureInfo("th-TH");
String strDate = "27-Jan-2560";
DateTime dateThai = Convert.ToDateTime(strDate, _cultureTHInfo);


2.2 String ของ DateTime ที่อยู่ในรูปแบบของ ค.ศ

VB.Net
Dim _cultureEngInfo As New Globalization.CultureInfo("en-US")
Dim strDate As String = "27-Jan-2017"
Dim dateEng As DateTime = Convert.ToDateTime(strDate, _cultureEngInfo)

C#
Globalization.CultureInfo _cultureEngInfo = new Globalization.CultureInfo("en-US");
string strDate = "27-Jan-2017";
DateTime dateEng = Convert.ToDateTime(strDate, _cultureEngInfo);
จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า DateTime จาก String อยู่ทั้งในรูปแบบของ พ.ศ หรือ ค.ศ ซึ่งเมื่อเราทำการ Convert ให้เป็น DateTime แล้ว มันจะแปลง Format ที่ได้นั้นให้อยู่ใน Format ของเครื่องที่ทำการรันโปรแกรมอยู่ ซึ่งถ้าเราจะนำไปใช้กับ Format ต่างๆ ก็สามารถแปลงกลับไปได้ตามตัวอย่างที่ 1



3. การนำ DateTime กลับไป Insert หรือ Update ที่ Database
เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ใช้กันผิดอยู่มาก ซึ่งการเขียน Query ที่ถูกต้องนั้น ข้อมูลที่เป็น DateTime ไม่ควรใช้การ Insert แบบ String และควรใช้เป็นแบบการ Query แบบ Parameters Query ซึ่งมันจะสามารถทำการ Insert ค่า DateTime ได้อย่างถูกต้อง และตอนที่ทำการ Insert เราก็ไม่จำเป็นจะต้องแปลงให้อยู่ในรูปแบบของ พ.ศ หรือ ค.ศ เพราะเมื่อทำการ Insert โปรแกรมจะทำการ Convert ให้เองให้ถูกต้องตาม System Format ของเครื่องที่จัดเก็บ

VB.Net
strSQL = "INSERT INTO customer (CustomerID,Name,Email,CountryCode,Budget,Used,CreateDate) " & _
"VALUES (@sCustomerID,@sName,@sEmail,@sCountryCode,@sBudget,@sUsed,@CreateDate)"
With objCmd
	.Parameters.Add("@sCustomerID", SqlDbType.VarChar, 5).Value = "C005"
	.Parameters.Add("@sName", SqlDbType.VarChar, 250).Value = "Weerachai Nukitram"
	.Parameters.Add("@sEmail", SqlDbType.VarChar, 250).Value = "webmaster@thaicreate.com"
	.Parameters.Add("@sCountryCode", SqlDbType.VarChar, 2).Value = "TH"
	.Parameters.Add("@sBudget", SqlDbType.Decimal).Value = 2000000.00
	.Parameters.Add("@sUsed", SqlDbType.Decimal).Value = 1000000.00
	.Parameters.Add("@CreateDate", SqlDbType.DateTime).Value = dateTime
End With

C#
strSQL = "INSERT INTO customer (CustomerID,Name,Email,CountryCode,Budget,Used,CreateDate) " 
+ "VALUES (@sCustomerID,@sName,@sEmail,@sCountryCode,@sBudget,@sUsed,@CreateDate)";
objCmd.Parameters.Add("@sCustomerID", SqlDbType.VarChar, 5).Value = "C005";
objCmd.Parameters.Add("@sName", SqlDbType.VarChar, 250).Value = "Weerachai Nukitram";
objCmd.Parameters.Add("@sEmail", SqlDbType.VarChar, 250).Value = "webmaster@thaicreate.com";
objCmd.Parameters.Add("@sCountryCode", SqlDbType.VarChar, 2).Value = "TH";
objCmd.Parameters.Add("@sBudget", SqlDbType.Decimal).Value = 2000000.0;
objCmd.Parameters.Add("@sUsed", SqlDbType.Decimal).Value = 1000000.0;
objCmd.Parameters.Add("@CreateDate", SqlDbType.DateTime).Value = dateTime;

ดูบรรทัดที่เป็น Parameters.Add("@CreateDate", SqlDbType.DateTime).Value = dateTime การ Insert/Update ที่เป็นวันที่

อ่านเพิ่มเติม : Windows Form กับ DateTimePicker ใช้ให้ถูกวิธีและการอ่านค่าให้ถูกต้อง เช่น Format , Culture (VB.Net, C#)







   
Share
Bookmark.   

  By : TC Admin
  Article : บทความเป็นการเขียนโดยสมาชิก หากมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งให้ทาง webmaster ทราบด้วยครับ
  Score Rating :
  Create Date : 2017-03-29
  Download : No files
Sponsored Links
การ Backup และ Restore ฐานข้อมูล SQL Server Database อย่างถูกวิธี (รองรับ 2005,2008,2012,2014)
การ Backup และ Restore ฐานข้อมูล SQL Server Database อย่างถูกวิธี (รองรับ 2005,2008,2012,2014)
บทความนี้จะเป็นวิธีการ Backup ข้อมูลบน SQL Server Database อย่างถูกต้องและสามารถทำไปใช้งานกับ SQL Server ในเวอร์ชั่นที่สูงกว่าได้
Rating : Update : 2017-03-25 13:26:50
C# การเอา DataGridView มาสร้าง เป็นฟอร์มค้นหา (Search) แบบบ้าน ๆๆ
C# การเอา DataGridView มาสร้าง เป็นฟอร์มค้นหา (Search) แบบบ้าน ๆๆ
C# การเอา datagridview มาสร้าง เป็นฟอร์มค้นหา แบบบ้าน ๆๆ
Rating : Update : 2015-10-06 18:09:53
ตอนที่ 1 : รู้จักและการสร้าง Stored Procedure บน MySQL (MySQL : Stored Procedure)
ตอนที่ 1 : รู้จักและการสร้าง Stored Procedure บน MySQL (MySQL : Stored Procedure)
เชื่อหรือไม่ว่า MySQL ที่เป็นฐานข้อมูลที่ถูกใช้มากที่สุด แต่กลับเป็น Database ที่คนให้ความสำคัญกับ Stored Procedure นั้นน้อยมาก แมกระทั่งการใช้งาน View ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากก็ยังถูกละเลยไม่ให้ความสำคัญ อาจะเป็นสาเหตุเพราะ MySQL เพิ่งจะออก Feature
Rating : Update : 2015-12-21 10:22:48
C# การ Add Join DataTable ใน  DataSource Wizard แบบบ้าน ๆ
C# การ Add Join DataTable ใน DataSource Wizard แบบบ้าน ๆ
C# การ Add join datatable ใน DataSource Wizard แบบบ้าน ๆ บทความนี้จะกล่าวถึง การใช้งาน join datatable กับ DataSource Wizard แบบบ้านๆ หลังจากที่ผมใช้งาน DataSource Wizard กับ DataGridView (Access 2007)ได้แล้ว
Rating : Update : 2015-09-30 21:40:14
SignalR (Windows Form) : ตัวอย่างการรับส่งข้อมูลแบบ Real Time และการจัดเก็บลงใน Database
SignalR (Windows Form) : ตัวอย่างการรับส่งข้อมูลแบบ Real Time และการจัดเก็บลงใน Database
ตัวอย่างการเขียน SignalR บน Windows Form Application เพื่อรับส่งข้อมูลแบบ Real Time จาก Client ไปยัง Server และจาก Server ไปยัง Client โดยมีการจัดเก็บข้อมูลลงใน Database ด้วย
Rating : Update : 2017-03-24 17:26:09
การ รับ-ส่ง ข้อมูล Real Time และการจัดเก็บลงใน Database ด้วย PHP
การ รับ-ส่ง ข้อมูล Real Time และการจัดเก็บลงใน Database ด้วย PHP
การ รับ-ส่ง ข้อมูล Real Time และการจัดเก็บลงใน Database ด้วย PHP
Rating : Update : 2017-02-10 10:00:37
SVN : การ Add New , Edit , Commit ,Update , Delete ไฟล์บน SVN Server
SVN : การ Add New , Edit , Commit ,Update , Delete ไฟล์บน SVN Server
ในหัวข้อนี้เราจะมาเริ่มต้นพื้นฐานการใช้ SVN Client เพื่อจัดการ Resource และไฟล์ต่าง ๆ จาก SVN Server ซึ่งโดยปกติแล้วฟีเจอร์ที่เราใช้กันทั่ว ๆ ไป คือการ Add ไฟล์ , Edit ไฟล์ และ Delete ไฟล์ จาก Client ระหว่าง Server
Rating : Update : 2015-11-19 12:56:47
ThaiCreate.Com Forum

Comunity Forum Free Web Script
Jobs Freelance Free Uploads
Free Web Hosting Free Tools

สอน PHP ผ่าน Youtube ฟรี
สอน Android การเขียนโปรแกรม Android
สอน Windows Phone การเขียนโปรแกรม Windows Phone 7 และ 8
สอน iOS การเขียนโปรแกรม iPhone, iPad
สอน Java การเขียนโปรแกรม ภาษา Java
สอน Java GUI การเขียนโปรแกรม ภาษา Java GUI
สอน JSP การเขียนโปรแกรม ภาษา Java
สอน Struts การเขียนโปรแกรม Java Struts Framework
สอน jQuery การเขียนโปรแกรม ภาษา jQuery
สอน Yii  Framework การเขียนโปรแกรม ภาษา PHP กับ Yii
สอน .Net การเขียนโปรแกรม ภาษา .Net
Free Tutorial
สอน Google Maps Api
สอน Windows Service
สอน Entity Framework
สอน Android
สอน Java เขียน Java
Java GUI Swing
สอน JSP (Web App)
iOS (iPhone,iPad)
Windows Phone
Windows Azure
Windows Store
Laravel Framework
Yii PHP Framework
สอน jQuery
สอน jQuery กับ Ajax
สอน PHP OOP (Vdo)
Ajax Tutorials
SQL Tutorials
สอน SQL (Part 2)
JavaScript Tutorial
Javascript Tips
VBScript Tutorial
VBScript Validation
Microsoft Access
MySQL Tutorials
-- Stored Procedure
MariaDB Database
SQL Server Tutorial
SQL Server 2005
SQL Server 2008
SQL Server 2012
-- Stored Procedure
Oracle Database
-- Stored Procedure
SVN (Subversion)
แนวทางการทำ SEO
ปรับแต่งเว็บให้โหลดเร็ว

สุดยอด Source Code V2.0
 

แจ้งชำระเงิน/โอนเงิน
 

Hit Link
   


Acc : thaicreate@hotmail.com






Load balance : Server 02
ThaiCreate.Com Logo
© www.ThaiCreate.Com. 2003-2017 All Rights Reserved.
ไทยครีเอทบริการ จัดทำดูแลแก้ไข Web Application ทุกรูปแบบ (PHP, .Net Application, VB.Net, C#)
for Contact Us : [Conditions Privacy Statement] ติดต่อโฆษณา 081-987-6107 , 084-715-5121 อัตราราคา คลิกที่นี่