Register Register Member Login Member Login Member Login Forgot Password ??
PHP , ASP , ASP.NET, VB.NET, C#, Java , jQuery , Android , iOS , Windows Phone
 

Registered : 107,145

HOME > .NET Framework > Forum > Format ตัวเลข ต้องการ -1 หรือ +1 ในรูปแบบ format ต่างๆจะเขียน format ยังไงดีครับ


 

Format ตัวเลข ต้องการ -1 หรือ +1 ในรูปแบบ format ต่างๆจะเขียน format ยังไงดีครับ

 



Topic : 130753



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์




ผมต้องการ -1 หรือ +1 ใน format ตัวเลขหลายๆแบบ จะเขียนยังไงดีครับ หลังจากได้ค่ามาแล้ว จะแยกยังไงว่า เลข แบบนี้ควรเข้าเงื่อนไขนี้หรืออื่นๆ เช่น
เลขที่ได้มาคือ 0.10 + 0.11 ผมต้องการ +1 เข้าไป จะเป็น 0.11 + 0.12 หรือถ้าเป็น -1 ก็จะเป็น 0.9 + 0.10 ประมาณนี้ครับ หรือ format แบบนี้
10.1.2 - 12.1.2 เอามา -1 จะได้ 9.1.2 - 11.1.2 ผมจะต้องเขียน format แบบไหนดีครับ ใช้การตัดคำก็ค่อนข้างจะยุ่งยากเกินไปครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ



Tag : .NET, Oracle, VS 2010 (.NET 4.x), C









ประวัติการแก้ไข
2018-04-04 11:31:15
Move To Hilight (Stock) 
Send To Friend.Bookmark.
Date : 2018-04-04 11:29:10 By : bankguszo View : 727 Reply : 53
 

 

No. 1



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


รบกวนด้วยนะครับ ตอนนี้ตันมากครับ ไม่รู้จะทำยังไงให้เลขที่ได้ เข้า รูปแบบที่ถูกต้อง ตอนนี้ตัดคำบวกเลขกันมั่วเลยครับ






แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-05 15:18:12 By : bankguszo
 


 

No. 2



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

งง กับความต้องการ
ลองแยกโดย split('.') ดูนะครับ

0.10 >> 0,10
10.1.2 >> 10,1,2

ทีนี้ก็แค่สร้างความเข้าใจว่า ตอนไหน เอา ตัวหน้า มา +- ตอนไหนเอาตัวหลังมา +-

ปัญหาไม่น่าจะมาจากการตัดคำ แต่น่าจะมาจากการสร้างเงื่อนไขในการเอามา +- นี่แหละครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-05 15:51:26 By : lamaka.tor
 

 

No. 3



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


การบวกลบเลข เกิดจากการ ลบข้อใน grid หรือ เพิ่มข้อโดยการแทรกครับ การที่ กำหนดเลขบวกลบ เพราะว่า เลขพวกนั้นคือเลขข้อครับ มันเป็นการผูกสูตร เช่น ถ้าสมมุติจะคิดยอดรวมของข้อ 12 แต่ต้องคำนวนของข้อ 10.1.2 + 0.8 ด้วย ปัญหาคือว่า สูตรไม่สามารถใช้ชื่ออ้างอิงได้เพราะ user จะ กรอกชื่อแบบไม่ตายตัว แต่จะใช้ข้อต่างๆในการอ้างอิงสูตรครับ(user กรอกข้อเอง) เช่น จากข้างบน คือข้อ 10 และข้อ 8
(0.จะเป็นการบอกข้อใหญ่กรณีข้อนั้นๆไม่มีข้อย่อย แต่อย่างข้อ 10 จะมีข้อย่อย) สมมุติผมลบข้อ 6 ทิ้งไป 1 ข้อ เลขที่ผมบอกมาดังกล่าวจะถูก ลบ1 เป็นเลข 9.1.2+0.7 หรือถ้า insert แทรกก่อนข้อ 8 ไป เลขก็จะขยับขึ้นแทนเป็น 11.1.2+0.9

ปัญหาของผมคือ ผมจะทำยังไงให้เลขที่ได้มาแบบต่างๆ เข้า format เพื่อ บวก ลบ ได้ตรง ครับ format มีอยู่ประมาณ 5แบบครับ

ตอนนี้ผมทำแต่แค่ format ที่เลขมาได้แบบนี้อย่างเดียวครับ แบบอื่นยังทำไม่ได้จริงๆครับ

Code (VB.NET)
 For i As Integer = 0 To dtformula.Rows.Count - 1
                    TSM_FORMULA_OLD = dtformula.Rows(i).Item("TSM_FORMULA") 'TSM_FORMULA_OLD  = 0.20 + 0.15
                    If TSM_FORMULA_OLD <> "" Then
                        Dim Checknum As String = TSM_FORMULA_OLD 
                        'Dim regex As String = System.Text.RegularExpressions.Regex.Replace(TSM_FORMULA_OLD, "^\d+[.]\d{2}$", " ")
                        If Checknum.ToString.Contains("0.") And Checknum.ToString.Contains("+0.") Or Checknum.ToString.Contains("-0.") = True Then
                            Dim strnum1 As Integer = TSM_FORMULA_OLD.Substring(2, 2)
                            Dim strnum2 As Integer = TSM_FORMULA_OLD.Substring(7, 2)
                            Dim strsign1 As String = TSM_FORMULA_OLD.Substring(4, 1)
                            Dim Sumformula As String
                            Sumformula = "0." & Convert.ToInt32(strnum1) - 1 & strsign1 & "0." & Convert.ToInt32(strnum2) - 1
                            TSM_FORMULA_NEW = Sumformula
                        End If
                    End If
                Next



ประวัติการแก้ไข
2018-04-06 10:51:07
2018-04-06 10:51:48
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-06 10:43:01 By : bankguszo
 


 

No. 4



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์



แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-10 07:43:03 By : bankguszo
 


 

No. 5



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 4 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-10 07:43:03
รายละเอียดของการตอบ ::
พอจะยกตัวอย่าง แต่ละกรณี ให้ดูได้ไม๊ครับ ว่ามีกรณีไหนบ้าง

ถ้าเป็นไปได้ ยกตัวอย่างทุกรูปแบบที่น่าจะเกิดขึ้นก็ดีครับ
เดี๋ยวจะลองแกะออกมาเป็นโค้ดดู

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-10 09:49:16 By : lamaka.tor
 


 

No. 6



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ผมอ้างอิงจากข้อมูลจริงเลยนะครับ

ฟหแฟหอฟ
wefwefwef
WERWERWERWE

จากรูป แถวแรกสุดคือข้อที่แสดงผล gridview แบบธรรมดาครับ และแถวที่ 3 คือ หัวข้อที่จะใช้ทำการ -1 เมื่อ delete ข้อใน grid หรือ เพิ่มขึ้นเมื่อ insert แทรกข้อใน grid ซึ่ง ในแถวที่ 3 ต้อง สัมพันธ์กับข้อในแถวแรกครับ ข้อที่ขึ้นด้วย 0.XX คือ ข้อที่ไม่มีข้อย่อยใดๆ ส่วนข้อที่เป็นแบบเช่น 10.X.X คือข้อที่มีข้อย่อยครับ เมื่อทำการลบข้อมูล ที่มีผลต่อการขยับข้อ ในแถวที่ 3 ต้องทำการขยับตามครับ เช่น จากข้อ 10.x.x+0.20 เมื่อลบข้อใดข้อหนึ่งทิ้งที่ทำให้บรรทัดขยับขึ้น 1 บรรทัด(สมมุติว่าลบข้อ5) ก็จะได้ผลคือ 9.x.x+0.19 ประมาณนี้ครับ ส่วน % 1F พวกนั้นไม่ได้นำมา - + ไรครับ


ประวัติการแก้ไข
2018-04-10 10:00:03
2018-04-10 10:00:47
2018-04-10 10:03:30
2018-04-10 10:05:05
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-10 09:57:43 By : bankguszo
 


 

No. 7



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 6 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-10 09:57:43
รายละเอียดของการตอบ ::
พอดีเนื้อหาที่อธิบายไม่ได้อ้างอิงรูปที่นำมาซักเท่าไหร่

อยากถามครับ

1311

7.2 เป็นตัวเลขตั้งต้น หรือผลลัพธ์ ครับ
แล้ว 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 คืออะไร
สรุปว่าผลของแถวนี้คืออะไร

7.2.1 เป็นตัวเลขตั้งต้น หรือผลลัพธ์ ครับ
แล้ว 8.2.1,1 คืออะไร
สรุปว่าผลของแถวนี้คืออะไร

7.2.2 เป็นตัวเลขตั้งต้น หรือผลลัพธ์ ครับ
แล้ว 8.2.1 คืออะไร
สรุปว่าผลของแถวนี้คืออะไร

อาจจะยากหน่อยเพราะว่าต้องอธิบายให้คนที่ไม่ได้ทำงานกับเรารู้เรื่อง แต่ก็ลองอธิบายมาดูครับ
ผมเชื่อว่าขอแค่เข้าใจรูปแบบ และหารูปแบบตายตัวได้ การเขียนโค้ดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย


แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-10 12:43:32 By : lamaka.tor
 


 

No. 8



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 7 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-10 12:43:32
รายละเอียดของการตอบ ::
7.2 เป็นตัวเลขตั้งต้น หรือผลลัพธ์ ครับ
แล้ว 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 คืออะไร

7.2 คือข้อย่อยครับ และในเลข 7.2.1........7.2.4 ก็คือข้อย่อยของ 7.2 ครับ คือมันจะมีข้อย่อยเยอะมากครับ ส่วนอีกแถว
8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 มันคือ การอ้างอิงข้อครับ(ที่ผมกำลังทำให้มัน -1 +1 อยู่) เพื่อนำมาคำนวนตามเครื่องหมาย - + ถ้าเกิด delete ข้อ หรือ insert หัวข้อ(เช่น 7.2 และข้ออื่นๆ)จะมีการขยับ สมมุติตอนนี้แถวแรกมันคือ 7.2 และข้อย่อยก็ 7.2.1.......7.2.4 เมื่อลบข้อก่อนหน้านี้ สมมุติลบข้อ 5 เลขแถวแรกมันจะลดลงเองเป็น 6.2 และข้อย่อยก็จะเป็น 6.2.1.......6.2.4 แต่แถวที่ 3 ที่เป็น 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 มันไมไ่ด้ -1 ตามครับ ปัญหาคือเวลามันคำนวน มันมองที่ข้อ ซึ่งเมื่อข้อขยับ ผลลัพธ์ก็จะไม่ตรงตามที่ต้องการ


7.2.1 เป็นตัวเลขตั้งต้น หรือผลลัพธ์ ครับ
แล้ว 8.2.1,1 คืออะไร
สรุปว่าผลของแถวนี้คืออะไร

7.2.1 คือข้อย่อยของ 7.2 ครับ
8.2.1,1 คือข้อย่อย ที่ย่อยมาจาก 8.2.1 step จะเป็นแบบนี้ครับ

8 ข้อหลัก
8.1 ข้อย่อยของข้อหลัก
8.2 ข้อย่อยของข้อหลัก
8.2.1 ข้อย่อยที่ย่อยมาจากข้อข้างบน
8.2.1.1 ข้อย่อยมาอีกที่ย่อยมาจากข้อข้างบน
8.3 ข้อย่อยของข้อหลัก
8.4 ข้อย่อยของข้อหลัก
9 ข้อหลัก


7.2.2 เป็นตัวเลขตั้งต้น หรือผลลัพธ์ ครับ
แล้ว 8.2.1 คืออะไร
สรุปว่าผลของแถวนี้คืออะไร

มันคือข้อย่อยของข้อย่อยครับ เมื่อทำการ delete row ออก แถวแรกเลขมันจะ auto ขยับขึ้นเองอยู่แล้วครับ ในกรณีทีลบเลขก่อนข่อนั้นๆ เช่น ตอนนี้ข้อย่อยตามที่ถามคือ 7.2.2 , 8.2.1 ผมทำการลบข้อ 5 หลักทิ้ง เลขจะขยับเป็น 6.2.2 , 7.2.1


อธิบายด้วยภาพแล้วกันครับ เกิดยังงงๆอยู่ รบกวนช่วยด้วยครับ ไล่โค๊ดมาเป็นอาทิตย์แล้วครับไม่ได้เลยครับ
นี่คือข้อมูลปกติ
wefwefwef

เมื่อผมทำการลบข้อ 2 (B) ออก ผลที่ได้เป็นแบบนี้
wefwerwerttt

สิ่งที่ผมต้องการ
qwfdqwfqwf


ประวัติการแก้ไข
2018-04-11 08:44:11
2018-04-11 08:45:34
2018-04-11 08:56:09
2018-04-11 08:57:13
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-11 08:39:10 By : bankguszo
 


 

No. 9



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 8 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-11 08:39:10
รายละเอียดของการตอบ ::
สงสัยผมคงถามผิด

7.2 และ 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 เกี่ยวข้องกันยังไง
7.2.1 และ 8.2.1,1 เกี่ยวข้องกันยังไง
7.2.2 และ 8.2.1 เกี่ยวข้องกันยังไง

ประมาณว่า จาก 7.2 เป็น 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 มีการ +- อะไรมาบ้าง
หรือตัวเลขทั้ง 2 ไม่เกี่ยวเนื่องกัน

และอีกอย่างคือ
ข้อย่อย มีขีดจำกัดรึป่าว
เช่น 7.2 มีข้อย่อยแค่ 7.2.1-7.2.5
ส่วน 8.2 มีข้อย่อย 8.2.1-8.2.9

ถ้าเรามีข้อจำกัด เราใช้เกณฑ์กำหนด หรือให้ User กำหนดได้เรื่อยๆ รึครับ


แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-11 12:40:30 By : lamaka.tor
 


 

No. 10



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 9 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-11 12:40:30
รายละเอียดของการตอบ ::
7.2 และ 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 เกี่ยวข้องกันยังไง
เรื่องข้อถามว่ามันเกี่ยวข้องกันยังไง มันเป็นเรื่องการคำนวณภาษีของบัญชีมันเป็น format ของเขาครับ ผมรู้แค่ว่า ทำยังไงก็ได้ เมื่อข้อหลักถูกเลื่อน (7.2 -1row = 6.2) column ที่ 3 ก็จะถูกลบตาม เพราะ 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 มันคือหัวข้อครับ ผมอยากให้มองเลขทั้
2 column นี้เป็นข้อๆนึง เมื่อถูก -1rowออก มีผลทำให้ข้อถูกเลื่อน การผูกสูตร(8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4) ถ้ามันถูกลบแทรกไป เลขมันก็ต้องลดตามไปด้วย(7.2 -1row = 6.2 ที่ columnแรกมีผลข้อขยับ เลข8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 ก็ต้องขยับเป็น 7.2.1-7.2.2+7.2.3+7.2.4 เพราะ 8.x.x มันก็คือเลขข้อนั้นละครับ)


7.2.1 และ 8.2.1,1 เกี่ยวข้องกันยังไง

มันไมไ่ด้เกี่ยวไรกันครับ มันคือเลขข้อๆหนึ่ง ที่ user จะมา set อะไรก็ได้

7.2.2 และ 8.2.1 เกี่ยวข้องกันยังไง

เหมือนข้างบนครับ มันคือเลขข้อๆหนึ่ง

ประมาณว่า จาก 7.2 เป็น 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 มีการ +- อะไรมาบ้าง
หรือตัวเลขทั้ง 2 ไม่เกี่ยวเนื่องกัน

ตามรูป ข้อ 7.2 ที่มีการผูกสูตรไว้ คือ ข้อนั้นจะเอาผลจากข้อ 8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 มาคำนวณกัน ผลจะออกมาในข้อนั้นครับ(7.2) ซึ่งถ้าจะกำหนดให้มองที่ชื่อหัวข้อปัญหาคือ user เวลาใส่ชื่อหัวข้อ เขาจะไม่ได้ใส่ชื่อเปะ ตาม format ของเขาครับ ใส่แค่รู้ว่า ข้อนี้หมายถึงอะไร แล้วมันจะไปคำนวณข้อไหน(ก็เลขที่เขาใส่ๆกัน columnที่3 นั้นละครับ) ซึ่งถ้ากรอกไว้แล้วไม่มีการแทรกเพิ่มข้อหรือลบข้อแรกๆทิ้ง โปรแกรมมันคำนวณยอดถูกมันก็ไม่มีปัญหาไรครับ แต่ปัญหาที่ผมบอก ถ้าเกิด แทรกข้อขึ้นมา ทุกอย่างจะเพี้ยนหมด

และอีกอย่างคือ
ข้อย่อย มีขีดจำกัดรึป่าว
เช่น 7.2 มีข้อย่อยแค่ 7.2.1-7.2.5
ส่วน 8.2 มีข้อย่อย 8.2.1-8.2.9
ข้อย่อยไม่มีจำกัดครับ ตาม user จะกรอกไม่สามารถล็อคได้


แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-11 14:33:06 By : bankguszo
 


 

No. 11



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


นี่คือโค๊ดที่ผมสามารถทำ format ได้แค่ 2 ชุดครับ คือแบบ 0.10+0.10+0.10 และแบบ 1+2+3+4 ผมทำได้แค่ 2 ชุดนี้ครับ ยังไม่สามารถทำ format แบบอื่นได้เนื่องจาก เลขมาหลายรูปแบบ จะกำหนดเงื่อนไขยังไง ใช้ regex กำหนดแบบเลขเพื่อเข้าเงื่อนไขก็ทำไม่ได้ครับ เลขจะหลุดเข้าเงื่อนไขอื่นที่เราไม่ต้องการ ผมไม่รู้จะกำหนดรูปแบบยังไงครับเพราะมันกำหนดไม่ได้มาก ในโค๊ดตอนนี้ผมใช้เงื่อนไขเดียวกันนะครับ เพราะกำหนดไปหลายแบบมันก็หลุดเข้าเงื่อนไขอีกอันอยู่ดี

Code (VB.NET)
If dtformula.Rows.Count > 0 Then
                For i As Integer = 0 To dtformula.Rows.Count - 1
                    TSM_FORMULA_OLD = dtformula.Rows(i).Item("TSM_FORMULA")
                    If TSM_FORMULA_OLD <> "" Then
                        Dim Getnum As String = System.Text.RegularExpressions.Regex.Replace(TSM_FORMULA_OLD, "[+,-]", " ") '"\d+[+,-]
                        Dim Getsign As String = System.Text.RegularExpressions.Regex.Replace(TSM_FORMULA_OLD, "\d+", " ")

                        'If IsNumeric(Getnum) And Getsign.Contains("+") Or Getsign.Contains("-") = True Then
                        '    Dim Getsearchstr1 As String = System.Text.RegularExpressions.Regex.Replace(TSM_FORMULA_OLD, "0.", "0.")
                        '    If Getsearchstr1.Contains(Getsearchstr1) > 0 Then
                        '        Dim pattern As String = "[+,-]"
                        '        Dim input As String = TSM_FORMULA_OLD
                        '        Dim result() As String = Regex.Split(input, pattern)
                        '        For ctr As Integer = 0 To result.Length - 1
                        '            Console.Write("'{0}'", result(ctr))
                        '            If ctr < result.Length - 1 Then Console.Write("")
                        '            Dim GetResultnumber1 As String
                        '            Dim GetResultnumber2 As String
                        '            Dim GetResultnumber3 As String
                        '            Dim GetResultnumber4 As String
                        '            Dim GetResultnumber5 As String
                        '            Dim GetResultnumber6 As String

                        '            If result.Length = 1 Then
                        '                GetResultnumber1 = result(0)
                        '            End If

                        '            If result.Length = 2 Then
                        '                GetResultnumber1 = result(0)
                        '                GetResultnumber2 = result(1)
                        '            End If

                        '            If result.Length = 3 Then
                        '                GetResultnumber1 = result(0)
                        '                GetResultnumber2 = result(1)
                        '                GetResultnumber3 = result(2)
                        '            End If

                        '            If result.Length = 4 Then
                        '                GetResultnumber1 = result(0)
                        '                GetResultnumber2 = result(1)
                        '                GetResultnumber3 = result(2)
                        '                GetResultnumber4 = result(3)
                        '            End If

                        '            If result.Length = 5 Then
                        '                GetResultnumber1 = result(0)
                        '                GetResultnumber2 = result(1)
                        '                GetResultnumber3 = result(2)
                        '                GetResultnumber4 = result(3)
                        '                GetResultnumber5 = result(4)
                        '            End If

                        '            If result.Length = 6 Then
                        '                GetResultnumber1 = result(0)
                        '                GetResultnumber2 = result(1)
                        '                GetResultnumber3 = result(2)
                        '                GetResultnumber4 = result(3)
                        '                GetResultnumber5 = result(4)
                        '                GetResultnumber6 = result(5)
                        '            End If

                        '            If GetResultnumber1 <> "" Then
                        '                GetResultnumber1 = Convert.ToInt32(GetResultnumber1) - 1
                        '            End If
                        '            If GetResultnumber2 <> "" Then
                        '                GetResultnumber2 = Convert.ToInt32(GetResultnumber2) - 1
                        '            End If
                        '            If GetResultnumber3 <> "" Then
                        '                GetResultnumber3 = Convert.ToInt32(GetResultnumber3) - 1
                        '            End If
                        '            If GetResultnumber4 <> "" Then
                        '                GetResultnumber4 = Convert.ToInt32(GetResultnumber4) - 1
                        '            End If
                        '            If GetResultnumber5 <> "" Then
                        '                GetResultnumber5 = Convert.ToInt32(GetResultnumber5) - 1
                        '            End If
                        '            If GetResultnumber6 <> "" Then
                        '                GetResultnumber6 = Convert.ToInt32(GetResultnumber6) - 1
                        '            End If

                        '            Console.WriteLine()

                        '            Dim patternsign As String = "\d+"
                        '            Dim inputsign As String = TSM_FORMULA_OLD
                        '            Dim resultsign() As String = Regex.Split(inputsign, patternsign)
                        '            For ctrsign As Integer = 0 To resultsign.Length - 1
                        '                Console.Write("'{0}'", resultsign(ctrsign))
                        '                If ctrsign < resultsign.Length - 1 Then Console.Write("")
                        '                Dim GetResultsign1 As String = ""
                        '                Dim GetResultsign2 As String = ""
                        '                Dim GetResultsign3 As String = ""
                        '                Dim GetResultsign4 As String = ""
                        '                Dim GetResultsign5 As String = ""
                        '                Dim GetResultsign6 As String = ""

                        '                If resultsign.Length = 2 Then
                        '                    GetResultsign1 = resultsign(1)
                        '                End If

                        '                If resultsign.Length = 3 Then
                        '                    GetResultsign1 = resultsign(1)
                        '                    GetResultsign2 = resultsign(2)
                        '                End If
                        '                If resultsign.Length = 4 Then
                        '                    GetResultsign1 = resultsign(1)
                        '                    GetResultsign2 = resultsign(2)
                        '                    GetResultsign3 = resultsign(3)
                        '                End If

                        '                If resultsign.Length = 5 Then
                        '                    GetResultsign5 = resultsign(0)
                        '                    GetResultsign1 = resultsign(1)
                        '                    GetResultsign2 = resultsign(2)
                        '                    GetResultsign3 = resultsign(3)
                        '                End If

                        '                If resultsign.Length = 6 Then
                        '                    GetResultsign5 = resultsign(0)
                        '                    GetResultsign1 = resultsign(1)
                        '                    GetResultsign2 = resultsign(2)
                        '                    GetResultsign3 = resultsign(3)
                        '                    GetResultsign4 = resultsign(4)
                        '                End If
                        '                Console.WriteLine()

                        '                Dim Sumformula As String
                        '                Sumformula = GetResultnumber1 & GetResultsign1 & GetResultnumber2 & GetResultsign2 & GetResultnumber3 & GetResultsign3 & GetResultnumber4 & GetResultsign4 & GetResultnumber5 & GetResultsign5 & GetResultnumber6
                        '                TSM_FORMULA_NEW = Sumformula
                        '            Next
                        '        Next
                        '   End If
                        'End If

                        If IsNumeric(Getnum) And Getsign.Contains("+") Or Getsign.Contains("-") = True Then
                            Dim pattern As String = "[+-]"
                            Dim input As String = TSM_FORMULA_OLD
                            Dim result() As String = Regex.Split(input, pattern)
                            For ctr As Integer = 0 To result.Length - 1
                                Console.Write("'{0}'", result(ctr))
                                If ctr < result.Length - 1 Then Console.Write("")
                                Dim GetResultnumber1 As String
                                Dim GetResultnumber2 As String
                                Dim GetResultnumber3 As String
                                Dim GetResultnumber4 As String
                                Dim GetResultnumber5 As String
                                Dim GetResultnumber6 As String

                                If result.Length = 1 Then
                                    GetResultnumber1 = result(0)
                                End If

                                If result.Length = 2 Then
                                    GetResultnumber1 = result(0)
                                    GetResultnumber2 = result(1)
                                End If

                                If result.Length = 3 Then
                                    GetResultnumber1 = result(0)
                                    GetResultnumber2 = result(1)
                                    GetResultnumber3 = result(2)
                                End If

                                If result.Length = 4 Then
                                    GetResultnumber1 = result(0)
                                    GetResultnumber2 = result(1)
                                    GetResultnumber3 = result(2)
                                    GetResultnumber4 = result(3)
                                End If

                                If result.Length = 5 Then
                                    GetResultnumber1 = result(0)
                                    GetResultnumber2 = result(1)
                                    GetResultnumber3 = result(2)
                                    GetResultnumber4 = result(3)
                                    GetResultnumber5 = result(4)
                                End If

                                If result.Length = 6 Then
                                    GetResultnumber1 = result(0)
                                    GetResultnumber2 = result(1)
                                    GetResultnumber3 = result(2)
                                    GetResultnumber4 = result(3)
                                    GetResultnumber5 = result(4)
                                    GetResultnumber6 = result(5)
                                End If

                                If GetResultnumber1 <> "" Then
                                    GetResultnumber1 = Convert.ToDouble(GetResultnumber1)
                                    If GetResultnumber1.Length = "4" And GetResultnumber1.Contains("1") Then
                                        If GetResultnumber1.Contains("0.1") = False Then
                                            GetResultnumber1 = GetResultnumber1 - 0.01 & "0"
                                        Else : GetResultnumber1 = GetResultnumber1 - 0.01
                                        End If
                                    Else : GetResultnumber1 = GetResultnumber1 - 0.01
                                    End If
                                End If
                                If GetResultnumber2 <> "" Then
                                    GetResultnumber2 = Convert.ToDouble(GetResultnumber2)
                                    If GetResultnumber2.Length = "4" And GetResultnumber2.Contains("1") Then
                                        If GetResultnumber2.Contains("0.1") = False Then
                                            GetResultnumber2 = GetResultnumber2 - 0.01 & "0"
                                        Else : GetResultnumber2 = GetResultnumber2 - 0.01
                                        End If
                                    Else : GetResultnumber2 = GetResultnumber2 - 0.01
                                    End If
                                End If
                                If GetResultnumber3 <> "" Then
                                    GetResultnumber3 = Convert.ToDouble(GetResultnumber3)
                                    If GetResultnumber3.Length = "4" And GetResultnumber3.Contains("1") Then
                                        If GetResultnumber3.Contains("0.1") = False Then
                                            GetResultnumber3 = GetResultnumber3 - 0.01 & "0"
                                        Else : GetResultnumber3 = GetResultnumber3 - 0.01
                                        End If
                                    Else : GetResultnumber3 = GetResultnumber3 - 0.01
                                    End If
                                End If
                                If GetResultnumber4 <> "" Then
                                    GetResultnumber4 = Convert.ToDouble(GetResultnumber4)
                                    If GetResultnumber4.Length = "4" And GetResultnumber4.Contains("1") Then
                                        If GetResultnumber4.Contains("0.1") = False Then
                                            GetResultnumber4 = GetResultnumber4 - 0.01 & "0"
                                        Else : GetResultnumber4 = GetResultnumber4 - 0.01
                                        End If
                                    Else : GetResultnumber4 = GetResultnumber4 - 0.01
                                    End If
                                End If
                                If GetResultnumber5 <> "" Then
                                    GetResultnumber5 = Convert.ToDouble(GetResultnumber5)
                                    If GetResultnumber5.Length = "4" And GetResultnumber5.Contains("1") Then
                                        If GetResultnumber5.Contains("0.1") = False Then
                                            GetResultnumber5 = GetResultnumber5 - 0.01 & "0"
                                        Else : GetResultnumber5 = GetResultnumber5 - 0.01
                                        End If
                                    Else : GetResultnumber5 = GetResultnumber5 - 0.01
                                    End If
                                End If
                                If GetResultnumber6 <> "" Then
                                    GetResultnumber6 = Convert.ToDouble(GetResultnumber6) - 0.01
                                    If GetResultnumber6.Length = "4" And GetResultnumber6.Contains("1") Then
                                        If GetResultnumber6.Contains("0.1") = False Then
                                            GetResultnumber6 = GetResultnumber6 - 0.01 & "0"
                                        Else : GetResultnumber6 = GetResultnumber6 - 0.01
                                        End If
                                    Else : GetResultnumber6 = GetResultnumber6 - 0.01
                                    End If
                                End If

                                Console.WriteLine()

                                Dim patternsign As String = "\d+.\d+"
                                Dim inputsign As String = TSM_FORMULA_OLD
                                Dim resultsign() As String = Regex.Split(inputsign, patternsign)
                                For ctrsign As Integer = 0 To resultsign.Length - 1
                                    Console.Write("'{0}'", resultsign(ctrsign))
                                    If ctrsign < resultsign.Length - 1 Then Console.Write("")
                                    Dim GetResultsign1 As String = ""
                                    Dim GetResultsign2 As String = ""
                                    Dim GetResultsign3 As String = ""
                                    Dim GetResultsign4 As String = ""
                                    Dim GetResultsign5 As String = ""
                                    Dim GetResultsign6 As String = ""

                                    If resultsign.Length = 2 Then
                                        GetResultsign1 = resultsign(1)
                                    End If

                                    If resultsign.Length = 3 Then
                                        GetResultsign1 = resultsign(1)
                                        GetResultsign2 = resultsign(2)
                                    End If
                                    If resultsign.Length = 4 Then
                                        GetResultsign1 = resultsign(1)
                                        GetResultsign2 = resultsign(2)
                                        GetResultsign3 = resultsign(3)
                                    End If

                                    If resultsign.Length = 5 Then
                                        GetResultsign1 = resultsign(1)
                                        GetResultsign2 = resultsign(2)
                                        GetResultsign3 = resultsign(3)
                                        GetResultsign4 = resultsign(4)
                                    End If

                                    If resultsign.Length = 6 Then 
                                        GetResultsign1 = resultsign(1)
                                        GetResultsign2 = resultsign(2)
                                        GetResultsign3 = resultsign(3)
                                        GetResultsign4 = resultsign(4)
                                        GetResultsign5 = resultsign(5)
                                    End If

                                    If resultsign.Length = 7 Then 
                                        GetResultsign1 = resultsign(1)
                                        GetResultsign2 = resultsign(2)
                                        GetResultsign3 = resultsign(3)
                                        GetResultsign4 = resultsign(4)
                                        GetResultsign5 = resultsign(5)
                                        GetResultsign6 = resultsign(6)
                                    End If
                                    Console.WriteLine()

                                    Dim Sumformula As String
                                    Sumformula = GetResultnumber1 & GetResultsign1 & GetResultnumber2 & GetResultsign2 & GetResultnumber3 & GetResultsign3 & GetResultnumber4 & GetResultsign4 & GetResultnumber5 & GetResultsign5 & GetResultnumber6
                                    TSM_FORMULA_NEW = Sumformula
                                Next
                            Next
                        End If
                        End If
                Next
            End If



ประวัติการแก้ไข
2018-04-11 14:40:49
2018-04-11 14:49:46
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-11 14:38:45 By : bankguszo
 


 

No. 12



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

อยากรู้ว่า

7.2.1 -1 =?
7.2 -1 = ?

ตอนนี้พอจะเข้าใจหลักการแล้วครับ
แต่ยังติดที่เราจะใช้กฎอะไรเพื่อใช้ในการ +- แค่นั้นเอง
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-11 22:46:13 By : lamaka.tor
 


 

No. 13



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 12 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-11 22:46:13
รายละเอียดของการตอบ ::
7.2.1 -1 = 6.2.1
7.2 -1 = 6.2

ใช้หลักการคือเมื่อ row มีการถูกแทรกข้อโดยการลบหรือบวกทำให้ข้อ ถูกขยับขึ้นหรือลง column ที่ 3 เลขมันก็จะขยับตาม
ตัวอย่าง ข้อ 7.2 ชื่อABC มีการผูกสูตรข้อ 4.1+4.2+4.3
ถูกลบข้อที่ 3 ออกไป มีผลทำให้ row ทั้งแถวหายไปหนึ่ง เลขข้อที่หลังจาก 3 ขึ้นไป มีการขยับขึ้นเพื่อให้ เลขข้อเรียงเหมือนเดิม มีผลทำให้
ข้อ 7.2 ชื่อABC มีการผูกสูตรข้อ 4.1+4.2+4.3 ถูก -1 หลังจากลบ จะได้ผลคือ ข้อ 6.2 ชื่อABC มีการผูกสูตรข้อ 3.1+3.2+3.3



ประวัติการแก้ไข
2018-04-12 07:47:12
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 07:46:32 By : bankguszo
 


 

No. 14



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

แล้วถ้าจะเปลี่ยนจาก 7.2.1 เป็น 7.2.2 หรือ 7.3.1 ละครับ

จะ +1 ตรงไหน ครับ และ มีอะไรชี้บ่งเพิ่มเติมรึปล่าว

หรือไม่ ช่วยอธิบาย operator ต่อไปนี้หน่อยครับ

7.2.1 *** = 8.2.1
7.2.1 *** = 6.2.1
7.2.1 *** = 7.2.0
7.2.1 *** = 7.2
7.2.1 *** = 7.2.2

การเพิ่มลดของ *** แต่ละแถวคืออะไร ครับ
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ต้อง operator ที่ ข้อหลัก ข้อย่อย เพราะ มีแค่ +1/-1 แค่นั้นครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 10:03:59 By : lamaka.tor
 


 

No. 15



โพสกระทู้ ( 7,356 )
บทความ ( 1 )



สถานะออฟไลน์


database ทำไว้ยังไงครับ
การเก็บข้อมูลอ้าง id parent มีผลช่วยในการกำหนด เลขลำดับข้อ

และถ้ามีการลบข้อใดออกไป คงต้องใช้ loop เปลี่ยนชื่อข้อเอง
โดยอาจจะใช้ event เรียกใช้ function แก้ไข เลขลำดับข้อใหม่
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 10:38:15 By : Chaidhanan
 


 

No. 16



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 14 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-12 10:03:59
รายละเอียดของการตอบ ::
แล้วถ้าจะเปลี่ยนจาก 7.2.1 เป็น 7.2.2 หรือ 7.3.1 ละครับ

จะ +1 ตรงไหน ครับ และ มีอะไรชี้บ่งเพิ่มเติมรึปล่าว

หรือไม่ ช่วยอธิบาย operator ต่อไปนี้หน่อยครับ

7.2.1 *** = 8.2.1
7.2.1 *** = 6.2.1
7.2.1 *** = 7.2.0
7.2.1 *** = 7.2
7.2.1 *** = 7.2.2

การเพิ่มลดของ *** แต่ละแถวคืออะไร ครับ
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ต้อง operator ที่ ข้อหลัก ข้อย่อย เพราะ มีแค่ +1/-1 แค่นั้นครับ

ผมไม่ค่อยเข้าใจคำถามครับ แต่จะตอบแบบรวมๆแล้วกันครับ คือการเพิ่มหรือลด เราไม่ได้สนใจว่าตัวสีแดงด้านหลังจะเป็นเลขอะไร เราสนใจว่า ตัวสีเขียวจะลดหรือเพิ่มได้ถูกต้องหรือไม่ อย่างที่ผมบอกไปตอนแรกครับ ให้มองเลยพวกนี้คือข้อๆหนึ่ง เมื่อข้อหลักสักข้อถูกลบ ข้อทั้งหมดที่ต่อจากข้อที่ถูกลบเท่านั้นถึงจะมีผล จะมีการเปลี่ยนแปลงขยับตัวเลขสีเขียว 7.2.1 *** = 8.2.1

format ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจแบบผมไหมนะครับ แต่นี้คือ format แบบต่างๆ
0.20 = format1 ขึ้นต้นด้วย 0. คือข้อที่ไม่มีข้อย่อยใดๆแบบ format2
7 = format2 คือข้อหลักที่มีข้อย่อย format2 จะเป็น header ของ format3
7.2 = format3 คือข้อย่อยของ format 2
7.2.1 = format3 คือข้อย่อยของ format 3

ถ้ามถามว่า -1 จะรู้ได้ยังไงว่า อันไหนข้อหลัก ข้อย่อย เมื่อ hearder ของข้อย่อยแบบ format2 ถูกลบหรือเพิ่ม format3ที่เป็นข้อย่อยก็จะถูกปรับให้เหมือน header

เงื่อนไขไม่ได้มีไรเลยครับ มันก็คือการ sort เลขข้อใหม่ เพียงแต่เราไม่ได้ทำในเฉพาะ column ที่เป็นหัวข้อหลักอย่างเดียว เรามาทำเพิ่มใน column ที่ผูกสูตรด้วย และข้อย่อยต่างๆ ให้มันปรับตามข้อ hearder



ประวัติการแก้ไข
2018-04-12 10:53:37
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 10:50:17 By : bankguszo
 


 

No. 17



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 15 เขียนโดย : Chaidhanan เมื่อวันที่ 2018-04-12 10:38:15
รายละเอียดของการตอบ ::
ปัญหาตอนแรกคือ database sort เลขข้อมาให้ถูกต้องครับตอน insert ข้อมูล แต่มันไม่ sort เลขเรียงให้กรณีตอนลบ เลขมันจะโดดมั่วครับ ไม่ต่อเนื่องกัน ผมเลยทำการเขียนโค๊ดให้มัน loop ทุกครั้งเมื่อ แทรกข้อไม่ว่าจะลบหรือบวก ตอนนี้ข้อ loop ได้ถูกต้องเลขข้อ sort เรียงกันปกติครับ แต่ปัญหาคือ ในส่วน column ที่ผูกสูตรไว้ผมไม่สามารถทำได้ เพราะเลขเวลา user ใส่ มันไม่ได้เรียงข้อเหมือน column ที่เป็นข้อครับ คือเขาจะใส่ข้อไหนก็ได้ ผมเลยจะทำให้มัน sort ตัวเองด้วยครับเหมือนตัวหัวข้อหลัก

ผมทำการลบข้อ 25 ออก จะเห็นว่า เลข column แรกที่เป็นหัวข้อเรียงกันปกติ สูตรที่ผูกในการคำนวนใน มองที่ข้อ 27 28 คือ testformula4 testformula5
sfsfasdasd

หลักจาลบ เลขข้อยังคง sort เหมือนเดิม แต่สูตรที่ผูก มองข้อเปลี่ยนไป จริงๆมันควรมองข้อ testformula4 testformula5 แต่มันมองเป็นชื่อ
testformula5 testformula6 แทน ซึ่งปัญหาของผมคือจะให้มัน -1 ตาม row ที่หายไป เพื่อมันจะได้มองชื่อที่คำนวนได้ถูกต้อง ถ้าถามผมทำไมไม่กำหนดให้มองชื่อไปเลย คือ user จะกรอกไรมาก็ได้ครับ ไม่สามารถกำหนดไรได้ทั้งนั้น ทำได้เพียงมองตามข้อที่เขากรอกมาครับ
sdfsdgsdg


แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 11:06:24 By : bankguszo
 


 

No. 18



โพสกระทู้ ( 7,356 )
บทความ ( 1 )



สถานะออฟไลน์


ตรง formula ให้อ้างอิง id แทน No. แทน ครับ

ย้า id ไม่ใช่ No
no สามารถ เปลี่ยนแปลง ได้ตามการคำนวณ กรณ๊อยาก repair ให้เลขมันเรียงลำดับกัน
แต่ id จะไม่เปลี่ยนแปลงตามการ คำนวณ เป็น auto increment เพื่อที่การคำนวณจะได้ถูกต้อง

การแสดงผล no คุณต้องคิวรี่ formula จาก id แล้ว เอา no มาแสดง


ปล. ผิดที่การออกแบบ database ครับ การอ้างอิงแบบนี้ ไม่ใช้ ชื่อ หรอกครับ เพราะมันต้องมาสั่งซ่อมแซม กรณีมีการเปลี่ยนแปลง
สูตรต้องอ้างอิง field ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

และการออกแบบการนำเข้าก็สำคัญ คุณจะแยก operator กับ object ออกจากกันได้ยังไง เพื่อนำมาแสดงผล

เป็นหัวข้อให้คิด ไปอีกระดับ แล้วครับ


ประวัติการแก้ไข
2018-04-12 13:08:14
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 13:00:42 By : Chaidhanan
 


 

No. 19



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 18 เขียนโดย : Chaidhanan เมื่อวันที่ 2018-04-12 13:00:42
รายละเอียดของการตอบ ::
ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแก้อะไร db ครับ หรือ concept ใดๆครับ คือผมไม่มีอะไรทีจะเอามาอ้างอิงได้เลยไม่มีค่าอะไรตายตัวสักอย่างครับ ตอนนี้ผมต้องทำยังไงก็ได้ครับ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาแบบที่ user ต้องการ

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 13:27:25 By : bankguszo
 


 

No. 20



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 16 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-12 10:50:17
รายละเอียดของการตอบ ::
ก็อย่าง

7.2.1 -1 = 6.2.1 >> *** = -1
7.2 -1 = 6.2 >> *** = -1




แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 14:58:09 By : lamaka.tor
 


 

No. 21



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ประเด็นคือเราต้องชี้บ่งได้ว่า

7.2.1 *** = 8.2.1
7.2.1 *** = 6.2.1
7.2.1 *** = 7.2.0
7.2.1 *** = 7.2
7.2.1 *** = 7.2.2

ไม่งั้น เราจะรู้ได้ยังไง ว่า 7.2.1+1 = 8.2.1 หรือ 7.2.1+1 = 7.3.1 หรือ 7.2.1+1 = 7.2.2

และยังมีเงื่อนไขอีกมากมายที่ต้องทยอยทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกด้วยครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 15:07:19 By : lamaka.tor
 


 

No. 22



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 21 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-12 15:07:19
รายละเอียดของการตอบ ::
ตัวบ่งชี้ของผมมีอย่างเดียวครับตอนนี้คือเลขข้อหลักที่เป็น hearder ถ้าเลขเปลี่ยน อีก column ก็เปลี่ยนตาม ตอนนี้คิดได้แค่นี้จริงๆครับ



ประวัติการแก้ไข
2018-04-12 15:38:17
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 15:37:51 By : bankguszo
 


 

No. 23



โพสกระทู้ ( 1,605 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ถ้าแก้ไขอะไรไม่ได้ ผมว่า อย่ารับงานเลยครับ จบข่าว

ผมว่าประเด็นน่าจะอยู่ที่ ต้องทำการแก้ไข field formula ขนานไปกับการแก้ field no
เช่นถ้าแก้ no 2 เป็น 1 ก็ต้องค้นหาอัพเดท formula ที่อ้างอิง no2 ให้แก้เป็น 1 ไปพร้อมๆ กัน
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 15:54:56 By : NewbiePHP
 


 

No. 24



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 23 เขียนโดย : NewbiePHP เมื่อวันที่ 2018-04-12 15:54:56
รายละเอียดของการตอบ ::
ขอบคุณครับ ตอนนี้ผมกำลังหาวิธีแบบที่แนะนำกันมาครับ

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 16:21:54 By : bankguszo
 


 

No. 25



โพสกระทู้ ( 1,605 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

Code (SQL)
update p, c
set 
   c.formular = replace( c.formula, concat('0.',p.no), concat('0.', p.no-1 ) 
  ,   p.no=p.no-1
from tablename as p
inner join tablename as c
on c.formula like concat('%0.',p.no,'%')
where p.no>?



ประมาณนี้ ไม่ได้ทดสอบ เพราะไม่มี server ให้ทดสอบ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-12 17:53:11 By : NewbiePHP
 


 

No. 26



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

สรุปว่าแก้ได้ไม๊ครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-19 09:22:25 By : lamaka.tor
 


 

No. 27



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ยังไม่ได้เลยครับ ตอนนี้ตันจริงๆครับ ลองหลายรูปแบบแล้วครับ

ผมจะติดตรงที่ถ้า format เลขมาแนว 7.1.1 แบบนี้มีจุดหลายจุด และ ถ้าเลขมาหลาย format ใน ข้อเดียว เช่น 0.11+7.1.1+0.11..... ETC

ผมไม่สามารถนำมาบวกลบกันได้ครับ


ประวัติการแก้ไข
2018-04-19 13:15:30
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-19 13:12:26 By : bankguszo
 


 

No. 28



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 27 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-19 13:12:26
รายละเอียดของการตอบ ::
ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้นครับ แต่มันยังรวมไปถึง รูปแบบที่เรายังไม่เคย ซึ่งไม่รู้ว่า user จะใช้ตอนไหนอีกด้วยครับ

ดังนั้นอาจจะแก้โดย
1. แยกย่อยออกมาเป็น แต่ละ ฟิลด์ เช่น ปกติเราใช้ฟิลด์เดียว ค่าเป็น 7.1.1 ลองแยกย่อยเป็น 3 ฟิลด์ โดยอ้าง Index เอา
2. สร้างรูปแบบในแบบของเรา เพื่อเป็นตัวชี้นำให้ user แต่ต้องให้ครอบคลุม ทุกรูปแบบที่จะมี

เสียดายที่อธิบายมาแต่ละที ผมไม่เข้าใจซักกะที ไม่งั้นก็น่าจะพอช่วยได้แล้วละครับ
ตามที่ผมเข้าใจคือ

7.1.1 +1 = 7.1.2
และ 7.1.1 +1 = 7.2.1
และ 7.1.1 +1 = 8.1.1



แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-19 14:21:46 By : lamaka.tor
 


 

No. 29



โพสกระทู้ ( 7,356 )
บทความ ( 1 )



สถานะออฟไลน์


สงสัย ที่มาของข้อมูลเอามาจากไหน จากไฟล์ excel หรือเปล่า หรือเอามาจาก ตารางใน database
และจะนำไปเก็บไว้ไหน หรือ แค่ convert ออกมาแสดงหน้าเวป เฉยๆ

วิธีนะมี แต่ก็ต้องรู้รายละเอียดมากกว่านี้ ต้องรู้ที่มาที่ไป จะได้เลือกใช้ โค๊ดได้ถูกต้อง
เอาเป็นว่าลองคิดซะว่าจ้างคนทำงาน จะต้องอธิบายยังไงให้คนรับจ้างเขาเข้าใจ

ไม่ใช่อธิบายแบบ โปรแกรมเมอร์ ( ส่วนใหญ่จะพูดแล้วตัวเองเข้าใจอยู่คนเดียว พูดให้คนอื่นฟังไม่รู้เรื่อง 55555)
ถ้ามีคนเข้าใจ เมื่อเขาพร้อม ว่าง เดี๋ยวเขาเข้ามาช่วยเอง
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-19 15:11:49 By : Chaidhanan
 


 

No. 30



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงครับ คือบอกได้แค่ว่า ข้อ hearder ถูกเลื่อน ข้อลูกๆจะ . กี่ร้อยจุดก็เปลี่ยนแค่เลขหน้าสุดครับ ยกตัวอย่างก็เหมือนการ sort เลขข้อใหม่ครับจะมีข้อย่อยกี่ข้อไม่รู้ละ แต่เปลี่ยนแค่เลขข้อข้างหน้าสุด แค่นั้นจริงๆ ข้อย่อยจะมีเท่าไหร่ มันไม่ได้เปลี่ยนครับ

อยากให้มองเลขพวกนี้ เป็นชุดๆของมันครับ + - อิสระ ไม่สนเครื่องหมาย 0.11(ชุด1)+7.1.1(ชุด2)-16(ชุด3) แต่ละชุด +-1 แยกกันอิสระเมื่อข้อตัวเองถูกเลื่อนครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 07:44:58 By : bankguszo
 


 

No. 31



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 28 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-19 14:21:46
รายละเอียดของการตอบ ::
รายละเอียดของการตอบ ::
ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้นครับ แต่มันยังรวมไปถึง รูปแบบที่เรายังไม่เคย ซึ่งไม่รู้ว่า user จะใช้ตอนไหนอีกด้วยครับ

ดังนั้นอาจจะแก้โดย
1. แยกย่อยออกมาเป็น แต่ละ ฟิลด์ เช่น ปกติเราใช้ฟิลด์เดียว ค่าเป็น 7.1.1 ลองแยกย่อยเป็น 3 ฟิลด์ โดยอ้าง Index เอา
2. สร้างรูปแบบในแบบของเรา เพื่อเป็นตัวชี้นำให้ user แต่ต้องให้ครอบคลุม ทุกรูปแบบที่จะมี

เสียดายที่อธิบายมาแต่ละที ผมไม่เข้าใจซักกะที ไม่งั้นก็น่าจะพอช่วยได้แล้วละครับ
ตามที่ผมเข้าใจคือ

7.1.1 +1 = 7.1.2
และ 7.1.1 +1 = 7.2.1
และ 7.1.1 +1 = 8.1.1 นี่ละครับคือสิ่งที่ผมต้องการ ต้องการแบบข้อนี้เท่านั้น

แต่ที่ผมบอก 0.11+1 = 0.12 ซึ่งมันขัดแย้งกับสิ่งที่ผมต้องการ ผมเลยอยากให้มองเป็นเลขชุดๆหนึ่งครับ แบบที่ผมกล่าวข้างบน คือเป็นอีก format นึงไปเลย




ประวัติการแก้ไข
2018-04-20 07:51:35
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 07:47:41 By : bankguszo
 


 

No. 32



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

พอจะให้ข้อมูลซัก 50-100 ข้อมูลเพื่อมาวิเคราะห์ได้ไม๊ครับ
เอาแบบที่ทำงานจริงๆ

และ อธิบายที่มาที่ไป ของตัวเลขต่างๆ อย่างชัดเจน
อย่างเช่น

Code
7.1.1 +1 = 7.1.2 เอาเกณฑ์อะไรมาเทียบ ถึงทำให้ 7.1.1 +1 = 7.1.2 7.1.1 +1 = 8.1.1 เอาเกณฑ์อะไรมาเทียบ ถึงทำให้ 7.1.1 +1 = 8.1.1


แล้วปกติมี procedure หรือ คู่มือ หรือ รายละเอียดวิธี เขียนไว้ไม๊ครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 08:35:01 By : lamaka.tor
 


 

No. 33



โพสกระทู้ ( 12 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

บางสิ่งบางอย่างไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่างในการเขียนโค้ด เท่านั้น มันจะต้องที่ข้อตกลงและกฏของมัน
รูปแบบการนำเข้าหรือป้อนเข้าก็เช่นกันครับ เราควรต้องกำหนดรูปแบบที่สามารถทำได้ และบอกผู้ใช้
หรือขอร้อง ว่าเราสามารถทำได้แค่นี้ ไม่ใช่ว่าจะป้อนมาอย่างไงก็ได้เดียวเรามาตัดเอาอย่างนี้มันไม่ได้ครับ
ระบบใหญ่ๆเขายังมีข้อตกลงกันเลยครับผม ลำพังแค่

"มันเป็นการผูกสูตร เช่น ถ้าสมมุติจะคิดยอดรวมของข้อ 12 แต่ต้องคำนวนของข้อ 10.1.2 + 0.8 ด้วย ปัญหาคือว่า สูตรไม่สามารถใช้ชื่ออ้างอิงได้เพราะ user จะ กรอกชื่อแบบไม่ตายตัว แต่จะใช้ข้อต่างๆในการอ้างอิงสูตรครับ(user กรอกข้อเอง) เช่น จากข้างบน คือข้อ 10 และข้อ 8
(0.จะเป็นการบอกข้อใหญ่กรณีข้อนั้นๆไม่มีข้อย่อย แต่อย่างข้อ 10 จะมีข้อย่อย) สมมุติผมลบข้อ 6 ทิ้งไป 1 ข้อ เลขที่ผมบอกมาดังกล่าวจะถูก ลบ1 เป็นเลข 9.1.2+0.7 หรือถ้า insert แทรกก่อนข้อ 8 ไป เลขก็จะขยับขึ้นแทนเป็น 11.1.2+0.9"

ตัวอย่างที่ให้มา
มีการแทรกแถวก่อนข้อ 10.1.2 + 0.8
แล้วต้องการให้เป็น 11.1.2 + 0.9
อันนี้ตกลงจะให้บวกทั้งสองค่า คือ 10 และ 0.8 ใช่หรือไม่

แล้วอีก
มีการลบแถวก่อนข้อ 10.1.2 + 0.8
แล้วต้องการให้เป็น 9.1.2 + 0.7 ใช่หรือไม่

ถ้าใช้ก็คือ คุณต้องการให้บวกลบแค่เลขหลักหน้า และ หลังเท่านั้น(อันนี้ทำได้โดยการตัดคำเขียน function split แล้ว return ค่ากลับ)
โดยที่คุณจะต้องรู้ค่าของ แถวบนละแถวล้างก่อนที่จะทำการแทรกหรือลบก่อนเท่านั้น

แต่อ่านไปอ่านมา มันมีหลากหลายรูปแบบเหลือเกิน
ตามที่ผมดูนะครับ มีอยู่ 2 Column ที่ค่ามันเป็นตัวเลขและต้องการให้มันเปลี่ยนแปลงค่าตามการแทรกหรือลบใช่ไม่ไหมครับ
ถ้าใช่ให้คุณทำทีละ column ก่อน column ข้อหลักก่อนก็ได้ และขอให้รูปแบบให้มันตายตัวก่อน
ไม่งั้นเขียนอย่างไงก็ไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องการ
และยังมีงงอีกเล็กน้อย ว่า 0.11(ชุด1)+7.1.1(ชุด2)-16(ชุด3)
0.11+7.1.1>>อันนี้อยู่ใน column แรกหรือ column ที่ 3 งงหลาย

ถ้าที่ผมเขียนมาผิดหมดก็ขอโทษด้วยนะครับผม ทีแรกพยามทำความเข้าใจความต้องการพออ่านไปอ่านมางงหนักว่าเดิม 555
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 08:44:05 By : บัญดิษฐ
 


 

No. 34



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 32 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-20 08:35:01
รายละเอียดของการตอบ ::
7.1.1 +1 = 7.1.2 เอาเกณฑ์อะไรมาเทียบ ถึงทำให้ 7.1.1 +1 = 7.1.2
7.1.1 +1 = 8.1.1 เอาเกณฑ์อะไรมาเทียบ ถึงทำให้ 7.1.1 +1 = 8.1.1


ผมคิดว่าคุณคงจะเข้าใจว่า 7.1.1 + 1 = 7.1.2 เพราะคิดว่า 0.11+1 = 0.12 ซึ่งที่ผมบอกไปข้างต้นครับว่า มันคือคนละ format กันครับ format จะแบ่งเป็น คือ ถ้าขึ้นต้นด้วย 0. คือข้อ header ส่วนแบบ 7.1.1 ก็คือข้อย่อยของ 7 จากภาพจะเห็นว่า TSM_SEQ + TSM_NO = 0.xx ซึ่ง ขึ้นต้นด้วย 0. คือข้อหลัก(header ) แล้วมองที่ tsm_formula จะเห็นว่าข้อ 23 ในรูป คือ 0.21-0.22 ซึ่งถ้าลบ -1 ออกก่อนข้อ 21 มันก็คือ 0.20-0.21 ก็คือ -1 ข้อหลักออก อันนี้คือ 1 format ครับ
ๆไกๆไก

ส่วนข้อย่อย ผมยกตัวอย่างจากข้อ 7 ถ้า 0.7 (header) ถูกขยับโดยการลบหรือเพิ่มข้อ ข้อย่อยต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนตามข้อ header ครับ
ๆไกๆไกๆไ
wefwef

จะเห็นว่า header ขึ้นด้วย 0 เสมอ (TSM_SEQ+TSM_NO) แต่พอเป็นข้อย่อย ตัวอย่าง TSM_SEQ+TSM_NO 7 และ 1 = 7.1 หรือ 7.2 และ 1 = 7.2.1 ซึ่งตามที่ผมบอกข้างต้น ฟิว TSM_SEQ และ TSM_NO มันบวกลบได้ถูกต้องแล้ว การ sort เลขข้อถูกต้องไม่ว่าจะแทรกหรือลบอะไร แต่ tsm_fomula มันไม่เป็นแบบข้อที่กล่าวไว้ข้างต้นครับ การมีข้อย่อย ก็คืออีก 1 format ครับ

ให้ผมสรุปสั้นๆก็คือ ถ้าข้อหลักขยับ(header) ฟิว tsm_fomula ก็จะขยับตาม ถ้าข้อหลักที่มันอ้างอิงถูกแทรกไม่ว่าจะลบหรือบวก



ประวัติการแก้ไข
2018-04-20 09:42:28
2018-04-20 09:44:34
2018-04-20 09:46:27
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 09:35:06 By : bankguszo
 


 

No. 35



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


พอจะเข้าใจผมไหมครับ
แฟหแฟหก
ฟหกฟหดฟหด
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 10:04:34 By : bankguszo
 


 

No. 36



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ถ้าเรามองกันแบบนี้นะครับ

1

1 2 3 คือ ข้อหลัก
ส่วน 1.1,1.1.1 ....... พวกนี้คือข้อย่อย
ตามที่ผมเข้าใจคือ

ถ้าเราลบ 1.2 ออก
ตัว 1.3 จะขึ้นมาแทนเป็น 1.2 และส่งผลให้ 1.3.1 และ 1.3.2 มาเป็น 1.2.1 และ 1.2.2 ด้วย
ถ้าเราลบ 2 ออก
ข้อ 3 และ ข้อย่อยต่างๆก็จะเลื่อนขึ้นมาทั้งหมด

ผมเข้าใจถูกไม๊ครับ

เอาแค่นี้ก่อนครับ ถ้าผมเข้าใจถูกค่อยต่ออีกทีหนึ่ง
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 10:52:53 By : lamaka.tor
 


 

No. 37



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 36 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-20 10:52:53
รายละเอียดของการตอบ ::
เข้าใจถูกต้องแล้วครับ แต่ก็คือ ไม่ได้เฉพาะข้อย่อยอย่างเดียวครับ ข้อหลักแบบที่ผมอธิบายก็จะเป็น step แบบนี้ด้วย

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 10:58:38 By : bankguszo
 


 

No. 38



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 37 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-20 10:58:38
รายละเอียดของการตอบ ::

55

จากรูป ถ้าเราลบ 7.2 ทิ้งไป ข้อย่อย 7.2.1-7.2.4 จะหายไป เหลือเป็น
7.1 8 9 แบบนี้ใช่ไม๊ครับ


แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 11:22:02 By : lamaka.tor
 


 

No. 39



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 38 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-20 11:22:02
รายละเอียดของการตอบ ::
ใช่ครับ แต่ผมอยากรู้ว่าจะทำยังไงให้ -1 ให้มันตรง format มันได้อย่างไร ผมติดตรงที่ format มันนี่ละครับ ไม่รู้จะแยกยังไง และเมื่อมันมารวมๆกัน ก็ไม่รู้จะแยก format - ยังไงเหมือนกัน

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 11:40:45 By : bankguszo
 


 

No. 40



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 39 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-20 11:40:45
รายละเอียดของการตอบ ::
หากผมคิดไม่ผิด จริงๆแล้ว มันจะแค่ +- ตัวท้ายสุดแค่นั้น(ถ้าตามที่บอกผมมานะ)

66

กรณี 7.2.1-1
จะได้ว่า

11

กรณี 7.2-1
จะได้ว่า
22

7.2 จะหายไปทั้งหมดเหลือแค่ข้อ 7.1 8 9 (อ้างจาก No. 38 )

แบบนี้รึครับ


แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 12:05:59 By : lamaka.tor
 


 

No. 41



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 40 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-20 12:05:59
รายละเอียดของการตอบ ::
เดียวนะครับทำไมถึงโฟกัสที่ข้อ ครับ ในส่วนของข้อ (column แรก) ผมได้บอกไปแล้วว่า ผมทำได้แล้ว ปัญหาของผมคือ column3 นะครับ fomula ตรงที่ผูกสูตร ผมคิดว่าคุณเข้าใจแบบผม เรื่องการ sort ข้อ column แรกผมทำได้นานแล้วครับ

ปัญหาของผมที่ผมยํ้ามาตลอด ผมจะทำยังไงครับ ให้มัน -1 +1 ครับ เมื่อ row ถูกแทรก
rewfwfwef



ประวัติการแก้ไข
2018-04-20 13:12:08
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 13:08:42 By : bankguszo
 


 

No. 42



โพสกระทู้ ( 12 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ผมเข้าใจว่า คงทำได้ในเรื่องขอหลักก้แสดงว่ารู้แล้วว่าจะเพิ่มหรือจะลบใช่ไหมครับ
อันนี้ c# นะครับ
Code (C#)
string v = "9.2.1-9.2.3+9.2.4+9.2.5,1F";
            string[] split = v.Split(new Char[] { ' ', '+', '-', ',', '\t' });
            foreach (string s in split)
            {

                if (s.Trim() != "")
                    Console.WriteLine(s);
            }
            Console.ReadKey();         

คือเราแยกชุดตัวเลขก่อน ที่นี้จะเอาไปทำอะไรต่อค่อยว่ากันอีกที
พอได้หรือเปล่าครับ ผมแปลงมาจาก
https://msdn.microsoft.com/en-us/library/b873y76a(v=vs.110).aspx?cs-save-lang=1&cs-lang=vb#code-snippet-8
อีกที
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 13:49:04 By : บัญดิษฐ
 


 

No. 43



โพสกระทู้ ( 12 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 42 เขียนโดย : บัญดิษฐ เมื่อวันที่ 2018-04-20 13:49:04
รายละเอียดของการตอบ ::
อันนี้แบบไม่สนใจอะไรเลย สนใจเลขหลักอย่างเดียว
Code (C#)
 string v = "9.2.1-9.2.3+9.2.4+9.2.5,1F";
 string sNN = v.Substring(0, 1);
            if (Regex.IsMatch(sNN, @"^\d+$"))
            {
                var p = int.Parse(sNN);
                Console.WriteLine(v.Replace(sNN, (p + 1).ToString()));
            }


v
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 14:18:33 By : บัญดิษฐ
 


 

No. 44



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ตอบความคิดเห็นที่ : 41 เขียนโดย : bankguszo เมื่อวันที่ 2018-04-20 13:08:42
รายละเอียดของการตอบ ::
โทษทีครับๆ ผมแค่กำลังทำความเข้าใจว่ามันจะโยงไปยังไง ครับ
สรุปไม่ใช่อย่างที่ผมคิดใช่ไม๊ครับ

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 15:06:39 By : lamaka.tor
 


 

No. 45



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง จะไม่เป็น 8.2.1-8.2.4 หรือ 9.2.1-9.2.4 รึครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 15:39:13 By : lamaka.tor
 


 

No. 46



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ตอบความคิดเห็นที่ : 42 เขียนโดย : บัญดิษฐ เมื่อวันที่ 2018-04-20 13:49:04
รายละเอียดของการตอบ ::
อันนี้พอเข้าใจบ้างครับ ตอนนี้ โค๊ดที่ได้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ผมได้ตัวเลขเป็น array แยกเป็น ชุดๆได้แล้วครับ โดย สมมุติ เลขมา
pattern แบบนี้ 16.4.1+17+0.20
ผมสามารถแยกได้แล้วว่า 16.4.1 = ชุดแรก และแยกได้อีกคือ 16(arr0) 4(arr1) 1(arr2) แบบนี้คือผมคลำมาถูกทางได้แล้ว เหลือแค่มาทำ loop เก็บ ชุดที่ 2 3 4 5 ครับละก็เหลือนำสัญลักษณ์ จุดต่างๆ มาวางให้ถูกที่แค่นั้น

ตอบความคิดเห็นที่ : 45 เขียนโดย : lamaka.tor เมื่อวันที่ 2018-04-20 15:39:13
รายละเอียดของการตอบ ::
มันจะไม่เป็นเลขตัวเดิมครับ เลข 8 เดิมจะ เพิ่มเป็น 9 หรือ ลดเป็น 7 ครับ ถ้ามันถูกแทรก ส่วนเลขหลังจุดจะยังคงเดิมนอกซะจาก จะไปลบแทรกหรือเพิ่มแทรกในข้อย่อยอีกทีครับ หลักการเดียวกันกับข้อหลักแค่ ลบ บวก เลขคนละหลัก



ประวัติการแก้ไข
2018-04-20 16:20:07
2018-04-20 16:30:33
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-20 16:16:57 By : bankguszo
 


 

No. 47



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ผมหมายถึงว่าเมื่อ user แก้รอบแรก
เช่นมีการเพิ่มข้อเข้ามา
เราจะได้ว่า
8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4 คือเดิมเรามี 8.2.1-8.2.2 อยู่แล้ว แต่ เพิ่มมาอีก 2 ข้อคือ 8.2.3 และ 8.2.4

พอมีการแก้ไข้อีกรอบ เราไม่รวบยอด เป็น
7.2.1-7.2.2 หรือ 9.2.1-9.2.2
แต่จะเป็น
7.2.1-7.2.2+7.2.3+7.2.4 หรือ 9.2.1-9.2.2+9.2.3+9.2.4
แบบนี้รึครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-21 09:17:53 By : lamaka.tor
 


 

No. 48



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


เรื่อง concept ผมไม่ถามแล้วครับ ถามโค๊ดดีกว่า คือว่าผมจะเอาสัญลักษณะ มาใส่ array ยังไงครับ โดยผมต้องการแยก แบบ + - คือ loop เดียวกัน .(จุด) คืออีก loop หนึ่ง ตอนนี้ผมแยกเลขได้แล้วครับ ลบ1 บวก1 ตรงตำแหน่ง แต่ผมจะแยกเครื่องหายยังไงครับ โดยให้มันเก็บเป็น array แบบ ที่บอก ถ้าแยกได้ ผมก็สามารถเอามารวมคำได้ครับ อันนี้โค๊ดที่ผมทำ แต่ไม่ถูกนะครับ

Code (VB.NET)
                                    Dim sentence As String = TSM_FORMULA_OLD 'สมมุติเลข 16.4.1+16+17
                                    Dim digits() As String = Regex.Split(sentence, "\d+") 'แยก arrayได้ array(0) = "" , array(1) = "." , array(2) = "."  , array(3) = "+" , array(4) = "+" , array(5) = ""
                                    Dim GetResultSign1 As String
                                    Dim GetResultSign2 As String
                                    Dim GetResultSign3 As String
                                    Dim GetResultSign4 As String
                                    Dim GetResultSign5 As String
                                    Dim Getcharacter As String
                                    Dim Getcha() As String
                                    Dim Getsumsign() As String

                                    For GetChardigits As Integer = 0 To digits.Length - 1
                                        If digits.Contains("+") Or digits.Contains("-") Then
                                            Getcharacter = digits(GetChardigits)
                                            If Getcharacter = "+" Or Getcharacter = "-" Then
                                                Getcha(Getcharacter) = Getsumsign(Getcharacter)
                                            End If
                                        End If
                                    Next



ประวัติการแก้ไข
2018-04-24 16:26:31
2018-04-24 16:28:34
2018-04-24 16:29:19
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-24 16:25:36 By : bankguszo
 


 

No. 49



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ผมแยกแต่ละกลุ่มไว้ให้ พร้อมมีเครื่องหมายด้านหน้าด้วย

11

Code (VB.NET)
Dim strRegex as String = "([+-]?[\d\.]{1,})"
Dim myRegex As New Regex(strRegex, RegexOptions.None)
Dim strTargetString As String = "8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4"

For Each myMatch As Match In myRegex.Matches(strTargetString)
	 If myMatch.Success Then
    ' Add your code here
  End If
Next



พอจะต่อได้ไม๊ครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-24 17:11:38 By : lamaka.tor
 


 

No. 50



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


ถ้าผมต้องการ แค่ + - หรือ แค่จุด จะเขียน pattern ยังไงครับ
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-25 08:47:50 By : bankguszo
 


 

No. 51



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่ก็จัดให้ครับ

55

มีแค่ +-. ตามที่บอกเปะๆ

Code (VB.NET)
Dim strRegex as String = "([\+-\.])"
Dim myRegex As New Regex(strRegex, RegexOptions.None)
Dim strTargetString As String = "8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4"

For Each myMatch As Match In myRegex.Matches(strTargetString)
	 If myMatch.Success Then
    ' Add your code here
  End If
Next

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-25 09:19:42 By : lamaka.tor
 


 

No. 52



โพสกระทู้ ( 152 )
บทความ ( 0 )



สถานะออฟไลน์


มันได้ค่านี้มาครับ ตาม pattern ข้างบน

ฟหกฟหดฟหด
แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-25 10:03:01 By : bankguszo
 


 

No. 53



โพสกระทู้ ( 3,825 )
บทความ ( 19 )



สถานะออฟไลน์
Facebook

ย้ำที่โค้ดอีกรอบครับ

Code (VB.NET)
Dim strRegex as String = "([\+-\.])"
Dim myRegex As New Regex(strRegex, RegexOptions.None)
Dim strTargetString As String = "8.2.1-8.2.2+8.2.3+8.2.4"

For Each myMatch As Match In myRegex.Matches(strTargetString)
	 If myMatch.Success Then
    ' Add your code here
  End If
Next

แสดงความคิดเห็นโดยอ้างถึง ความคิดเห็นนี้
Date : 2018-04-25 10:57:20 By : lamaka.tor
 

   

ค้นหาข้อมูล


   
 

แสดงความคิดเห็น
Re : Format ตัวเลข ต้องการ -1 หรือ +1 ในรูปแบบ format ต่างๆจะเขียน format ยังไงดีครับ
 
 
รายละเอียด
 
ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวมีขีดกลาง| ตัวเรืองแสง ตัวมีเงา ตัวอักษรวิ่ง| จัดย่อหน้าอิสระ จัดย่อหน้าชิดซ้าย จัดย่อหน้ากึ่งกลาง จัดย่อหน้าชิดขวา| เส้นขวาง| ขนาดตัวอักษร แบบตัวอักษร
ใส่แฟลช ใส่รูป ใส่ไฮเปอร์ลิ้งค์ ใส่อีเมล์ ใส่ลิ้งค์ FTP| ใส่แถวของตาราง ใส่คอลัมน์ตาราง| ตัวยก ตัวห้อย ตัวพิมพ์ดีด| ใส่โค้ด ใส่การอ้างถึงคำพูด| ใส่ลีสต์
smiley for :lol: smiley for :ken: smiley for :D smiley for :) smiley for ;) smiley for :eek: smiley for :geek: smiley for :roll: smiley for :erm: smiley for :cool: smiley for :blank: smiley for :idea: smiley for :ehh: smiley for :aargh: smiley for :evil:
Insert PHP Code
Insert ASP Code
Insert VB.NET Code Insert C#.NET Code Insert JavaScript Code Insert C#.NET Code
Insert Java Code
Insert Android Code
Insert Objective-C Code
Insert XML Code
Insert SQL Code
Insert Code
เพื่อความเรียบร้อยของข้อความ ควรจัดรูปแบบให้พอดีกับขนาดของหน้าจอ เพื่อง่ายต่อการอ่านและสบายตา และตรวจสอบภาษาไทยให้ถูกต้อง

อัพโหลดแทรกรูปภาพ

Notice

เพื่อความปลอดภัยของเว็บบอร์ด ไม่อนุญาติให้แทรก แท็ก [img]....[/img] โดยการอัพโหลดไฟล์รูปจากที่อื่น เช่นเว็บไซต์ ฟรีอัพโหลดต่าง ๆ
อัพโหลดแทรกรูปภาพ ให้ใช้บริการอัพโหลดไฟล์ของไทยครีเอท และตัดรูปภาพให้พอดีกับสกรีน เพื่อความโหลดเร็วและไฟล์ไม่ถูกลบทิ้ง

   
  เพื่อความปลอดภัยและการตรวจสอบ กระทู้ที่แทรกไฟล์อัพโหลดไฟล์จากที่อื่น อาจจะถูกลบทิ้ง
 
โดย
อีเมล์
บวกค่าให้ถูก
<= ตัวเลขฮินดูอารบิก เช่น 123 (หรือล็อกอินเข้าระบบสมาชิกเพื่อไม่ต้องกรอก)







Exchange: Voake, Comcube, vps | เช่า vps , รับทำเว็บไซต์ รับเขียนโปรแกรม

Load balance : Server 03
ThaiCreate.Com Logo
© www.ThaiCreate.Com. 2003-2019 All Rights Reserved.
ไทยครีเอทบริการ จัดทำดูแลแก้ไข Web Application ทุกรูปแบบ (PHP, .Net Application, VB.Net, C#)
for Contact Us : [Conditions Privacy Statement] ติดต่อโฆษณา 081-987-6107 , 08-9968-0655 อัตราราคา คลิกที่นี่