Register Register Member Login Member Login Member Login Forgot Password ??
PHP , ASP , ASP.NET, VB.NET, C#, Java , jQuery , Android , iOS , Windows Phone
 

Registered : 107,672

HOME > บทความจากสมาชิก > การทำแคช Cache ไฟล์ CSS , JavaScript , Image และ Cache หน้า Webpage ช่วยเพิ่มความเร็วและลด Bandwidth





 
Clound SSD Virtual Server

การทำแคช Cache ไฟล์ CSS , JavaScript , Image และ Cache หน้า Webpage ช่วยเพิ่มความเร็วและลด Bandwidth

Cache ไฟล์ CSS , JavaScript , Image และ Cache หน้า Webpage เพิ่มความเร็วลด Bandwidth ช่วงนี้มีโอกาศได้นั่งมาดูโครงสร้างของเว็บตัวเอง เพราะช่วงหลัง ๆ เว็บค่อนข้างจะโหลดช้าอย่างมาก ปัญหาหลัก ๆ ก็คือจำนวนผู้ใช้เริ่มมากขึ้น เป็นหมื่น UIP ไฟล์และข้อมูลก็เยอะมาก ซึ่งตอนนี้เท่าที่ดูแล้วน่าจะอยู่ที่ประมาณ Disk 10G และ Data Transfer (Bandwidth) ใครจะไปเชื่อว่าเว็บเล็ก ๆ อย่างไทยครีเอทจะกินไป 40-60 G ต่อวัน นั่นหมายถึงว่าเดือน ๆ หนึ่งใช้มากกกว่า 1 TB แน่นอน

Web Browser


ส่วนหนึ่งที่มีการใช้เยอะขนาดนั้น คือ โครงสร้างการออกแบบหน้าเว็บยังใช้ Table ในการจัดวาง Layout รวมทั้งพวก CSS , JavaScript ก็ค่อนข้างจะมั่วอยู่พอสมควร แต่เนื่องจากเว็บค่อนข้างจะใหญ่พอสมควรสำหรับการแก้ไขโครงสร้างใหม่ ตอนนี้ก็เลยใช้วิธีที่พอจะช่วยให้มันสามารถทำงานได้เร็วขึ้นบ้าง และจากที่หาข้อมูลแล้วก็มีอยู่ 4-5 วิธี

1. การทำ Cache ไฟล์ CSS Style Sheet ปกติแล้วในหน้า Web Browser จะเรียกไฟล์ CSS ซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่มีการ Refresh หน้า Webpage ซึ่งเราสามารถทำให้ Web Browser ไม่โหลดไฟล์ CSS นั้นอีกด้วยการกำหนดรุ่น Version ของไฟล์ CSS ได้ง่าย ๆ เช่น

<link href="/style/Style.css?v=1001" rel="stylesheet" type="text/css">

ตัวเลข ?v=1001 อาจจะใช้ตัวเลขอะไรก็ตาม ซึ่งเมื่อ Web Browser เห็นสัญลักษณ์นี้ในการโหลดครั้งที่ 2 ก็จะไม่มีการเรียกไฟล์นี้จาก Web Server อีกครั้ง และถ้าในกรณีที่เรามีการแก้ไขไฟล์นี้ เราก็สามารถเปลี่ยนตัวเลขใหม่เช่น ?v=1002

2. การทำ Cache ไฟล์ JavaScript ใช้วิธีเช่นเดียวกับ CSS
<script type="text/javascript" src="/js/jquery-1.7.2.min.js?v=1001"></script>


3. การทำ Cache ไฟล์รูปภาพ Image (gif,jpg,png) ใช้วิธีเช่นเดียวกับ CSS
<img src="/images/adshere.jpg?v=1001" width="468" height="60" border="0">


4. การทำ Cache ทั้งหน้า Webpage ด้วย Pragma: cache วิธีนี้เหมาะสำหรับหน้าที่ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือนาน ๆ จะเปลี่ยนครั้งหนึ่ง เพราะเมื่อใช้วิธีนี้จะเป็นการทำ Cache ทั้งหน้า Webpage นั่นหมายถึงเมื่อผู้ใช้เข้ามาในหน้าที่ครั้งที่ 2 ก็จะได้ข้อมูลเดิม แต่เราสามารถที่จะกำหนดวัน Expire ของ Cache ในหน้านั้น ๆ ได้ เช่น กำหนดอายุ 1 วัน เป็นต้น

Code (PHP)
<?php
 $offset = 60 * 60 * 24 * 1; // 1 Day 
 $ExpStr = "Expires: " . gmdate("D, d M Y H:i:s", time() + $offset) . " GMT";
 header($ExpStr);
 header("Pragma: cache");
 header("Cache-Control: must-revalidate");
?>

ตัวอย่างการกำหนด Cache ทั้งหน้า Webpage โดยมีอายุ 1 วัน

(นั่นหมายถึงหลังจากที่ผู้ใช้เปิดหน้านั้นครั้งแรก และครั้งต่อ ๆ ไปภายใน 24 ชม. ก็จะแสดงข้อมูลเดิม โดยไม่มีการไปดึงข้อมูลจาก Server แต่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะอัพเดดข้อมูลด้วยตัวเอง ด้วยการกด Refresh 2 ครั้ง หรือ Control + F5 เพื่อ Refresh)

Screenshot

Cache Web Page

ตัวอย่างการทำ Cache ทั้งหน้า Webpage เมื่อใช้ Tool ดู Header ของหน้าเว็บ








5. การกำหนนดวันหมดอายุให้กับ Resource ต่าง ๆ ซึ่งหมายถึง Web Browser จะไม่เรียก Resource นั้น ๆ จาก Server อีกครั้งจนกกว่าจะหมดอายุที่กำหนดไว้

.htaccess เพิ่มคำสั่งนี้ที่ไฟล์ .htaccess
<IfModule mod_expires.c> ExpiresActive On ExpiresDefault "access plus 1 seconds" ExpiresByType image/x-icon "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType image/jpeg "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType image/png "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType image/gif "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType application/x-shockwave-flash "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType text/css "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType text/javascript "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType application/x-javascript "access plus 2592000 seconds" ExpiresByType application/xhtml+xml "access plus 2592000 seconds" </IfModule>

ไฟล์ Resource ต่าง ๆ จะมีอายุ 30 วัน เช่นพวก jpg,png,gif ตาม header ที่ประกาศไว้

6. การกำหนด Output Compression บีบอัด Output ให้เป็น Zip วิธีนี้ถือว่าเป็นขั้น Advanced ซึ่งจะใช้การบีบอัดข้อมูลที่ออกจาก Web Server ให้อยู่ในรูปแบบของ gzip จากนั้นค่อยให้ Web Browser ไปทำการ Decode เอาเอง สามารถลด Bandwidth และเพิ่ม Speed ความเร็วได้ถึง 30-40%








.htaccess เพิ่มคำสั่งนี้ที่ไฟล์ .htaccess
<IfModule mod_deflate.c> # Insert filters AddOutputFilterByType DEFLATE text/plain AddOutputFilterByType DEFLATE text/html AddOutputFilterByType DEFLATE text/xml AddOutputFilterByType DEFLATE text/css AddOutputFilterByType DEFLATE application/xml AddOutputFilterByType DEFLATE application/xhtml+xml AddOutputFilterByType DEFLATE application/rss+xml AddOutputFilterByType DEFLATE application/javascript AddOutputFilterByType DEFLATE application/x-javascript AddOutputFilterByType DEFLATE application/x-httpd-php AddOutputFilterByType DEFLATE application/x-httpd-fastphp AddOutputFilterByType DEFLATE image/svg+xml # Drop problematic browsers BrowserMatch ^Mozilla/4 gzip-only-text/html BrowserMatch ^Mozilla/4\.0[678] no-gzip BrowserMatch \bMSI[E] !no-gzip !gzip-only-text/html # Make sure proxies don't deliver the wrong content Header append Vary User-Agent env=!dont-vary </IfModule>

Code (PHP) เพิ่มคำสั่ง ob_start('ob_gzhandler'); ที่ไฟล์ php
<?php
ob_start('ob_gzhandler');
/*
*
 *
 */
?>


เพียงเท่านี้เราก็จะได้การเพิ่ม Speed ให้กับ Web รวมทั้งลด Bandwidth ได้เยอะเลยทีเดียว

Output Compression

มีการส่ง Content-Encoding แบบ gzip

7. ในกรณีนี้จะเหมือนกับวิธีที่ 6 แต่ทำที่ php.ini ด้วยการเปิด zlib.output_compression

php.ini
zlib.output_compression = On


เมื่อทำวิธีนี้แล้วไม่ต้องทำข้อ 6 ครับ

หมายเหตุ : ขออภัยถ้าผิดพลาดเกี่ยวกับข้อมูล ทั้งนี้สามารถหาข้อมูลการทำ Cache ซึ่งมีหลากหลายวิธี


มาแจ้งผลให้ทราบ (Update : 20-Apr-2013)
หลังจากใช้วิธีดังกล่าวที่ได้เขียนมา ปรากฏว่าสามารถลด Bandwidth ของเว็บไซต์ได้ถึง 40-50% เลยทีเดียว








.


   
Share
Bookmark.   

  By : TC Admin
  Article : บทความเป็นการเขียนโดยสมาชิก หากมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งให้ทาง webmaster ทราบด้วยครับ
  Score Rating :
  Create Date : 2013-04-12
  Download : No files
Sponsored Links
แจกระบบตัดบัตรเติมเงินทรูมันนีเข้าไปยังบัญชี True วอเลท
แจกระบบตัดบัตรเติมเงินทรูมันนีเข้าไปยังบัญชี True วอเลท
สคริปนี้จะทำการตัดเงินและ return ค่ามาให้ตามที่เราเติมเงินไปสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางใดๆเลยครับ
Rating : Update : 2018-02-22 09:22:11
มาใช้ Notepad++ ทำการ Compare ไฟล์ระหว่างไฟล์ 2 ไฟล์ว่ามีตรงไหนบ้างที่แตกต่างกัน
มาใช้ Notepad++ ทำการ Compare ไฟล์ระหว่างไฟล์ 2 ไฟล์ว่ามีตรงไหนบ้างที่แตกต่างกัน
วิธีใช้ Notepad++ กับปลั๊กอินที่ใช้สำหรับทำการ Compare ไฟล์ระหว่างไฟล์ 2 ไฟล์ว่ามีตรงไหนบ้างที่แตกต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งในการเขียนโปรแกรม
Rating : Update : 2019-07-18 15:09:35
เปลี่ยนจาก MySQL ไปเป็น MySQLi with Prepare Statement
เปลี่ยนจาก MySQL ไปเป็น MySQLi with Prepare Statement
สืบเนื่องมาจากต้องเพิ่มความปลอกภัยของระบบมากยิ่งขึ้นโดยใช้มาตราฐายของ Open Web Application Security Project (OWASP) หนึ่งในปัญหาหลักที่พบนั่นก็คือเรื่องของ (‘SQL Injection’) (CWE-89)
Rating : Update : 2019-03-18 13:58:49
แก้ปัญหาการส่งอีเมลหลังจากอัพเกรดจาก PHP Version 5.4 ไปเป็น 5.6 โดยใช้ New PHPMailer
แก้ปัญหาการส่งอีเมลหลังจากอัพเกรดจาก PHP Version 5.4 ไปเป็น 5.6 โดยใช้ New PHPMailer
สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้นั้นได้มีการอัพเกรด PHP Version จาก 5.4 มาเป็น 5.6 ซึ่งทำให้มีผลกระทบกับการส่งอีเมลของระบบดังนั้น วันนี้จึงได้มีข้อมูลดีๆมาแบ่งปันกัน ซึ่งดูตามรายละเอียด
Rating : Update : 2018-05-26 15:54:09
(SQLSRV) PHP SQL Server กับ Login Form ตรวจสอบ User/Password แบบง่าย ๆ ด้วย sqlsrv
(SQLSRV) PHP SQL Server กับ Login Form ตรวจสอบ User/Password แบบง่าย ๆ ด้วย sqlsrv
(SQLSRV) PHP SQL Server กับ Login Form อัพเดด Code การทำ Form Login แบบง่าย ๆ กับฐานข้อมูล SQL Server กับ ฟังก์ชั่นของ sqlsrv
Rating : Update : 2019-04-09 16:52:00
รู้จักกับ Common Table Expressions หรือ CTE ใน SQL Server
รู้จักกับ Common Table Expressions หรือ CTE ใน SQL Server
CTEs ถือเป็นนิพจน์ตาราง (Table Expression) แบบหนึ่งนิพจน์ตาราง คือ นิพจน์ที่ทำหน้าที่เสมือนตารางได้ สังเกตว่าอะไรที่สามารถประกาศได้ในประโยค FROM ของคำสั่ง SELECT ได้นั่นก็คือ นิพจน์ตาราง ซึ่งมีทั้งที่สามารถจัดเก็บลงในฐานข้อมูลได้ และจัดเก็บไม่ได้นิพจน์ตารางที่จัดเก็บเป็น Object ลงในฐานข้อมูล
Rating : Update : 2019-03-18 14:02:02
(C#) ASP.NET User Authentication/Login Form แบบ SQL Server + Windows Authentication
(C#) ASP.NET User Authentication/Login Form แบบ SQL Server + Windows Authentication
บทความเรื่อง (C#) ASP.NET User Authentication/Login Form ในรูปแบบ SQL Server + Windows Authentication ครับ
Rating : Update : 2019-05-10 09:59:53
ThaiCreate.Com Forum


Comunity Forum Free Web Script
Jobs Freelance Free Uploads
Free Web Hosting Free Tools

สอน PHP ผ่าน Youtube ฟรี
สอน Android การเขียนโปรแกรม Android
สอน Windows Phone การเขียนโปรแกรม Windows Phone 7 และ 8
สอน iOS การเขียนโปรแกรม iPhone, iPad
สอน Java การเขียนโปรแกรม ภาษา Java
สอน Java GUI การเขียนโปรแกรม ภาษา Java GUI
สอน JSP การเขียนโปรแกรม ภาษา Java
สอน jQuery การเขียนโปรแกรม ภาษา jQuery
สอน .Net การเขียนโปรแกรม ภาษา .Net
Free Tutorial
สอน Google Maps Api
สอน Windows Service
สอน Entity Framework
สอน Android
สอน Java เขียน Java
Java GUI Swing
สอน JSP (Web App)
iOS (iPhone,iPad)
Windows Phone
Windows Azure
Windows Store
Laravel Framework
Yii PHP Framework
สอน jQuery
สอน jQuery กับ Ajax
สอน PHP OOP (Vdo)
Ajax Tutorials
SQL Tutorials
สอน SQL (Part 2)
JavaScript Tutorial
Javascript Tips
VBScript Tutorial
VBScript Validation
Microsoft Access
MySQL Tutorials
-- Stored Procedure
MariaDB Database
SQL Server Tutorial
SQL Server 2005
SQL Server 2008
SQL Server 2012
-- Stored Procedure
Oracle Database
-- Stored Procedure
SVN (Subversion)
แนวทางการทำ SEO
ปรับแต่งเว็บให้โหลดเร็ว


สุดยอด Source Code V2.0
 

แจ้งชำระเงิน/โอนเงิน
 

Hit Link
   







Load balance : Server 03
ThaiCreate.Com Logo
© www.ThaiCreate.Com. 2003-2019 All Rights Reserved.
ไทยครีเอทบริการ จัดทำดูแลแก้ไข Web Application ทุกรูปแบบ (PHP, .Net Application, VB.Net, C#)
[Conditions Privacy Statement] ติดต่อโฆษณา 081-987-6107 , 08-9968-0655 อัตราราคา คลิกที่นี่